ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันแท้ๆ
ทั้งๆที่
ไม่ควรจะรักเธอเลยแท้ๆ
——————
“เป็นหมาเลยนะ” ดาไซยืนอยู่หน้าประตูห้องเอ่ยทัก ขณะที่สึบากิเงยหน้าจากกองเอกสารมามองเขาด้วยดวงตาแข็งกร้าวอย่างนึกรำคาญ
ปีศาจมาเยือนถึงที่
“มีธุระอะไรล่ะคุณผู้บริหาร?” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงจิกกัก พลางหยิบเอกสารแผ่นใหม่มาทำแล้วไม่ได้สนใจเขาอีก รู้ดีว่าสภาพของตนเองของดูไม่จืดสิ้นดี ผมยาวของเธอตอนนี้ยุ่งฟู และถูกรวบไว้ลวกๆไม่ให้เกะกะอย่างไม่ใส่ใจนัก ดวงตาลึกโหล ถุงใต้ตาดำคล้ำ เสื้อสูทภายนอกถูกถอดพาดไว้ระเกะระกะตรงโซฟา ข้างๆกันมีเน็กไทด์สีดำวางคู่กันไป ในขณะที่เสื้อเชิ้ตบนตัวหล่อนถูกปลดกระดุมสองเม็ดบน แขนเสื้อเองก็ถูกพับขึ้นมาจนถึงข้อศอก หมดสภาพจากเวลาปกติโดยสิ้นเชิง ไม่แปลกใจที่ดาไซจะทัก
“ก็แค่จะมาดูคนอกหัก” เขาว่า “แล้วก็มีของขวัญมาให้”
คำว่าของขวัญทำให้หล่อนเงยหน้าขึ้นมามอง หรี่ตาลงอย่างไม่ไว้วางใจ
“ของขวัญ?” เธอทวนคำเสียงสูง ยอมวางกระดาษในมือลงจนได้ ยิ่งพอเห็นรอยยิ้มของปีศาจตรงหน้าแล้วก็ยิ่งไม่ไว้ใจ แต่ทว่าสิ่งที่เขาเดินเข้ามายื่นให้นั่งเป็นเพียงแค่ซองเอกสารสีน้ำตาลธรรมดา เธอจึงยอมรับมาเปิดอ่านโดยไม่ได้เถียงอะไรอีก
กระดาษแผ่นแรกเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก รวมไปถึงแผ่นที่สอง สาม และสี่ กลุ่มคนเหล่านั้นไม่มีอะไรร่วมกันและไม่มีอะไรน่าสนใจ สึบากิพลิกหน้าถัดไปจนถึงรูปภาพ นั่นทำให้เธอชะงัก
ภาพของเลนเนลที่เดินคู่กับคนพวกนั้น
ภาพของเลนเนลที่เห็นรอยมือที่คออย่างชัดเจน –รอยแดงที่แก้ม– ปากแตก
ไม่อยากคิดเลยว่าใต้ร่มผ้านั่นจะเต็มไปด้วยรอยแผลขนาดไหน
“….นายไปหาจากไหน?….”
“นั่นไม่น่าจะใช่คำถามตอนนี้นะ?”
“เขาอยู่ที่ไหน”
เธอรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มโดยที่ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง
“ที่อยู่เดิมของเขานั่นแหละ เธอคงไม่ต้องให้ฉันบอกหรอกใช่ไหม?”
ตอนที่เลนเนลกลับบ้านมา เขาสะดุ้งเมื่อเปิดประตูแล้วเห็นสึบากิกำลังนั่งอยู่บนโซฟา หล่อนตวัดสายตามามองอย่างคมกริบราวกับใบมีด เขาไม่จำเป็นต้องอ่านบรรยากาศรอบตัวก็รู้เลยว่าเธอกำลังอารมณ์เสียแบบที่ฆ่าคนได้
“ยินดีต้อนรับกลับค่ะ” เธอยิ้ม แต่ยิ่งทำให้น่ากลัวเข้าไปใหญ่ “เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย คุณเลนเนลว่าไหมคะ?”
“ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับแก”
“แต่ฉันมี”
เลนเนลชะงักไปเมื่อน้ำเสียงเธอเย็นเชียบขึ้นมา แต่เขายังคงทำใจกล้าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายที่ห้องนั่งเล่น
“งั้นแกมีธุระอะไรก็รีบๆพูดมาแล้วไสหัวออกไปซะ”
เธอชี้ไปที่หน้าและลำคอของเขาที่เต็มไปด้วยรอยแผล
“ถ้าคุณเลนเนลดันหาคู่นอนใหม่ได้ห่วยแตกขนาดนั้น” น้ำเสียงไม่พอใจทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งจนจวนจะขาดอากาศหายใจ “งั้นฉันจะเป็นคู่นอนให้กับคุณเลนเนลเองค่ะ”
“ไม่ต้องสะเออะมายุ่งกับชีวิตฉัน!” เลนเนลคำรามทันควัน โกรธแค้นจนตัวสั่น
ในความสัมพันธ์ที่พังลงนั่นสึบากิเองที่ทิ้งเขาไว้ แล้วคิดจะโผล่หน้ากลับมาง่ายๆราวกับว่าเห็นเขาเป็นของตาย
รัก—
ไม่ควรที่จะรัก—
เขากัดฟัน แล้วตะคอกไปอีกอย่างหยุดปากตัวเองเอาไว้ไม่ได้
“ฉันจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของฉัน!”
“ฉันจะหาคู่นอนห่วยๆแค่ไหนมันก็เรื่องของฉัน!”
“คุณเลนเน–“
“แกไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง!!”
“คุณเลนเนล!”
สึบากิบีบข้อมือเขาอย่างรุนแรง แล้วกระชากตัวเข้าไปไกล้เมื่อสุดความอดทน ตะคอกเรียกชื่อเขาเสียงดังกลบเสียงโวยวาย ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นจ้องมองกดดันด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน แต่เลนเนลกลับชะงักไปท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวลงมา ภาพเก่าๆย้อนกลับขึ้นสมองแล้ววิ่งวนอยู่ซ้ำๆอย่างน่าหวาดกลัว
‘เลนเนล!!’
‘มันเป็นเพราะเธอเป็นเด็กไม่ดีเองนั่นแหละ!’
อีกฝ่ายกระชากแขนเขาอย่างรุนแรง ดึงเอาขว้างตัวเขาลงจนกระแทกกับพื้นกระเบื้อง
‘มันเป็นเพราะเธอนั่นแหละ!’
เงาของเขาพาดทับ เงื้อมือขึ้น เลนเนลรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดและรสฝาดเฝื่อนในปากอย่างชัดเจน
“ขอโทษนะ”
ดวงตาสีแดงของเขาหม่นลงแล้วไร้แววไป
“ขอโทษนะ ขอโทษ— ขอโทษนะ— ฉันผิดเอง ขอโทษนะ—“
“คุณเลนเนล” น้ำเสียงของเธออ่อนลงในขณะที่หล่อนยื่นหน้าเข้าไปไกล้ มองเห็นน้ำตาค่อยๆไหลลงอาบแก้มในขณะที่ตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่เขาพูดย้ำๆซ้ำๆร้องให้อย่างน่าสงสารนั่นทำให้เธอโยนความโกรธทิ้งออกไปหมด
“คุณเลนเนล” เธอเรียกเขาย้ำอีกครั้ง ก่อนจะจูบลงซับน้ำตาอย่างเชื่องช้า
“ขอโทษนะคะ”
“อย่าทำร้ายฉันเลยนะ— ฉันขอโทษ– ฉันขอโทษ”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณเลนเนลนะคะ”
“–นายอย่าทำร้ายฉันอีกนะ— ฉันรักนายจริงๆนะ– อย่า–อย่าทำร้ายฉันเลย”
เธอนิ่งไปฉับพลัน เริ่มจับใจความอะไรได้
“คุณเลนเนล” น้ำเสียงราวกับกำลังจะวิงวอน ในขณะที่ประคองหน้าเขาขึ้นมาให้สบตากัน “เขาทำอะไรคุณเลนเนลคะ”
อีกฝ่ายส่ายหน้าไม่ตอบ เธอจึงไล่จูบเขาลงจากริมฝีปากนั่น ปลายนิ้วเกี่ยวผ้าพันแผลที่ลำคอออก แล้วจูบตามแผลอย่างตั้งใจว่าจะให้รอยของเธอชะล้างพวกมันออกไป
“เขาทำร้ายคุณ ตรงไหนคะ” เธอถามย้ำ
“ไม่— อย่าทำร้ายฉันเลย”
“มองฉันสิ” เธอว่า “ฉันเป็นใครคะ?”
เลนเนลนิ่งไป ชั่ววูบนึ่งราวกับมีแสงที่ดวงตาขึ้นมา
“สึบากิ?..”
หล่อนยิ้มราวกับกำลังจะชมเชยที่เขาตอบได้ถูกต้อง แต่ดวงตาสีน้ำตาลกลับหม่นลงเมื่อเห็นเขายังคงเม้มปากเข้าหันกันแน่น ตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่ในมือ
คำถามเดียวที่อยู่ตอนนี้ในหัวของเธอคือ ใคร
ใครที่กล้าทำร้ายเลนเนล
เธอจะส่งลงนรกไปพร้อมกับคนกลุ่มนั้นในเอกสารที่ดาไซให้มานั่นแหละ
“ฉันขอโทษ—“
“ไม่จำเป็นต้องขอโทษเลยค่ะ” สึบากิขัดประโยคนั้นกลางคัน “คุณเลนเนลจะโกรธ จะเกลียดฉันก็ได้ แต่อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ”
เป็นครั้งแรกที่เลนเนลตอบสนองโดยการเงยหน้าขึ้นมามอง แล้วเริ่มหลุดออกจากฝันร้ายที่หลอกหลอนเมื่อสัมผัสได้ว่าเป็นหล่อนที่อยู่ตรงหน้า
“เพราะงั้น อย่าขอโทษเลยนะคะ”
“สึบากิ”
ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน
ทำไมเธอถึงกลับมา ทำไมเธอถึงใจดีด้วย
ทั้งๆที่ไม่ควรรักเธอแท้ๆ
แต่ก็รัก
“งั้นก็กอดฉันทีได้ไหม?”







