แปะลิงค์ต้นทาง : https://bungostraydogs.fandom.com/wiki/Chūya_Nakahara
นากาฮาระ ชูยะ เป็นสมาชิกของพอร์ตมาเฟีย และเคยเป็นคู่หูเก่าของดาไซภายใต้ฉายาคู่ทมิฬมาก่อน
เขาเป็นหนึ่งในห้าของผู้บริหารพอร์ตมาเฟีย
นากาฮาระ ชูยะ
AKA: อะราฮาบากิ(อดีต)
: ราชันย์แห่งแกะ (อดีต)
: คู่ทมิฬ (อดีต, ร่วมกับดาไซ โอซามุ)
: คุณหมวกแฟนซี (โดย เอนโดกาวะ รัมโป)
: ทาก (บนโทรศัพท์ของดาไซ)
: ผู้มีพลังพิเศษหมายเลข A5158 (โดยกระทรวงผู้มีพลังพิเศษ)
รูปลักษณ์ภายนอก
ชูยะค่อนข้างเตี้ย ร่างเล็ก แต่ก็มีกล้ามเนื้อ, เขามีดวงตาสีเทา และผมสีส้มสว่างที่ล้อมกรอบหน้าของเขาไว้ กับผมบางส่วนที่ยาวพาดไหล่ซ้าย
เขาใส่หมวกสีดำคาดแถบแดง และมีโซ่สีเงินบางๆห้องลงมาจากปีกหมวก
เครื่อแต่งกายของเขาประกอปด้วยเสื้อเชิ้ตขาวกระดุมหน้าภายใต้เสื้อกั๊กสีแดงเข้ม
และใส่โชคเกอร์ที่คอคล้ายกับปลอกคอสัตว์ เขาสวมใส่ bolo tie แบบริบบิ้นสีดำกับที่ติดคล้ายหัวเข็มขัดสีเงิน, เขาสวมสูทครึ่งตัวสีดำที่พับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก กางเกงแสลคสีดำ เข็มขัดดำที่ห้อยอยู่บริเวณสะโพกข้างขวา และรองเท้าส้นเตี้ยสีดำ
โดยส่วนมากแล้วจะเห็นเขาใส่ถุงมือสีดำอยู่เสมอ และชูยะมักจะใส่โค้ทยาวสีดำที่มีปกและซับในสีแดงสว่าง โดยใส่คลุมไหล่ไว้เหมือนผ้าคลุม
ลักษณะนิสัย
ดูภายนอก ชูยะดูจะเป็นคนฉุนเฉียว และค่อนข้างจะหยิิ่งยโส แถมยังทื่อตรงอีกด้วย เขาสนุกสนานกับการต่อสู้ และชอบที่จะแสดงฝีมือความสามารถในการต่อสู้ แถมยังภาคภูมิใจกับชื่อเสียงด้านการเป็นบุคคลที่เเข็งแกร่งที่สุดในการต่อสู้ระยะประชิดของพอร์ต มาเฟียอีกด้วย และด้วยความภาคภูมิใจก็เคยพูดเสียดสีคู่ต่อสู้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยไปถึงขั้นเยาะเย้ยอีกฝ่ายกลางการต่อสู้
และสมกับที่เป็นผู้บริหาร เขาไม่เคยลังเลในการจัดการกับศัตรูของ พอร์ต มาเฟีย ถ้าหากจำเป็น ซึ่งรวมไปถึงการฆ่าด้วย แต่วิธีของเขาไม่ได้ไปถึงขั้นฆาตกรรมแบบสมาชิกคนอื่นเช่น อาคุตาคาวะ ริวโนะสุเกะ หรือสมาชิกกิ้งก่าดำ
ถึงแม้ว่าชูยะจะดูเป็นพวกฉุนเฉียว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รับฟังเหตุผลใดๆเลย ในความเป็นจริง เขาค่อนข้างเป็นคนมีเหตุผลด้วยซ้ำถ้าไม่มีใครไปกระตุกต่อมเขา และถึงแม้ความสามารถจะทำให้เขาดูอันตราย เขาก็น่าไว้วางใจมากพอที่จะทำให้บอสโมริมอบหมายงานเผชิญหน้ากับสำนักงานนักสืบในระหว่างความขัดแย้งสามทางกับกิลด์
เขาอาจไม่ได้ลังเลที่จะตอบโต้ โยซาโนะ อากิโกะ กับ มายาซาวะ เคนจิ (ซึ่งจริงๆแล้วเขาถือว่าเป็นเกียรติ์ด้วยซ้ำหากว่าอีกฝ่ายสู้อย่างตั้งใจ)แต่เมื่อ ฟุคุซาวะ ยูคิจิ ชี้บอกเขาถึงข้อมูลเพิ่มเติม ชูยะก็ออกไปจากการต่อสู้โดยทันที และยังคงปรากฏว่าเขามีธาตุแท้ของมาเฟียอยู่บ้าง อย่างเช่นการที่ไม่รู้สึกผิดที่มาเฟียจงใจสร้างสถานการณ์อันตรายเพื่อดึง ทานิซากิ นาโอมิ กับ ฮิโรโกะ มาเป็นเหยื่อล่อ ที่จริงแล้วเขาค่อนข้างยินดีด้วยซ้ำ เมื่อรู้ว่านั่นจะทำให้สำนักงานนักสืบต้องโกรธจัดอย่างแน่นอน
อาจไร้ความปราณี แต่ชูยะก็ฆ่าแค่เท่าที่จำเป็น เขารู้ถึงความสำคัญของการประณีประณอมและการใช้เหตุผล เขาหยุดใช้ความรุนแรงได้เมื่อจำเป็น และฉลาดพอที่จะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะพอ ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีความขัดแย้งระหว่างเขากับ อาเธอร์ ริมโบลด์ (Arthur Rimbaud) ที่อาเธอร์ได้รับคำสั่งใส่มาฆ่าเขาตั้งแต่ก่อนที่ชูยะจะเข้าพอร์ตมาเฟียตอนอายุสิบห้า ชูยะตั้งใจจะฆ่าเขา แต่ก็รับฟังคำพูดสุดท้ายโดยไร้ความโกรธแค้นหรือการเยาะเย้ย ซึ่งอันที่จริงคำพูดสุดท้ายของริมโบลด์นั้นก็ส่งผลอย่างลึกๆสำหรับมุมมองของชูยะต่อชีวิตและตัวตนของเขา
ชูยะได้รับหมวกของริมโบลด์เป็นของขวัญตอนเข้าพอร์ตมาเฟีย และผลคือเขาดูแลหมวกนั่นเป็นอย่างดี
หลังจากที่ดาไซ โอซามุ “การุณยฆาต” ศัตรูโดยการยิงซ้ำๆและหัวเราะเยาะไปยังศพ ชูยะบอกให้เขาหยุด และมองว่าการกระทำแบบนั้นของดาไซเป็นอะไรที่ไร้สาระ
และแม้ว่าเขาจะขัดค้องใจกับ ซาคาคุจิ อังโกะ ชูยะก็รู้ดีว่าเขาติดหนี้ผู้ชายคนนั้นเลยยอมที่จะหยุดความขัดค้องใจของตนเอง(ทั้งต่ออังโกะ และลูกน้องเขาเขา สึจิมุระ มิซึกิ)ไว้จนกว่าจะตอบแทนหนี้ได้สำเร็จ
จากที่ชูยะถือหน้าที่ปกป้องความเป็นอยู่ของพวกแกะจากศัตรู จึงสามารถเห็นได้ถึงความซื่อสัตย์และการถวายตัวต่อพอร์ตมาเฟียของเขา จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อความสำคัญอันดับหนึ่งของเขาคือความเป็นอยู่และความสำเร็จของพอร์ต มาเฟีย และจะไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเขาจากความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารของพอร์ตมาเฟียได้แม้ว่านั่นจะหมายถึงต้องฆ่าคนก็ตามที.
เขาเป็นพวกซื่อสัตย์อย่างรุนแรง ชูยะจะไม่ทนต่อการทรยศ และเขาดูแลลูกน้องในความดูแลค่อนข้างดีทีเดียว
ในอดีต ชูยะล้มลุกคลุกคลานอย่างหนักกับตัวตนและจุดยืนความเป็นมนุษย์ของเขา ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอราฮาบากิทำให้เขาตั้งคำถามว่าเขาเป็นมนุษย์มากน้อยแค่ไหนกัน และยิ่งแย่ไปอีกเมื่อเขาไม่รู้ความจริงว่าทำไมเขาถึงถูกปล่อยมาจากการครอบครองของรัฐบาลตั้งแต่แรก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน ผลจากการที่รู้ว่าตนเองเป็นดั่งเทพเจ้าทำให้เขาคิดว่าเขาไม่ต้องกังวลหรือกลัวในการต่อสู้ไหนๆ รู้ว่าตัวเองจะชนะโดยไร้รอยขีดข่วนอยู่เสมอ ทำให้เขาเชื่อ –ในหัว– ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ และไม่สามารถจะเข้าใจความรู้สึกลึกๆของมนุษย์ได้
เพื่อที่จะยั้งมือไว้ เขาก็เลยมักที่จะชอบใช้เท้าเตะมากกว่าที่จะใช้หมัดและไม่เคยที่จะถอดถุงมือ เขาจินตนาการไว้ว่าถ้าวันหนึ่งเขาต้องต่อสู้โดยที่จำเป็นต้องถอดถุงมือแล้วล่ะก็ มันจะเป็นเพราะเขาไม่สามารถที่จะสนุกกับการต่อสู้ที่เร่งรีบได้และเขาคงจำเป็นที่จะต้องป้องกันตัวเอง ซึ่งในอีกแง่หนึ่งมันทำให้เขานึกถึงชีวิตแต่ก่อนที่รู้สึกเหมือนวิญญาณในร่างคนอื่นมากกว่าจะเป็นมนุษย์ก็ตาม.
และนั่นทำให้ชูยะถอดถุงมือเฉพาะเวลาใช้ มลทิน ในเวลาชี้เป็นชี้ตายเพียงเท่านั้น
หลังจากที่ ริมโบลด์ พูดเกี่ยวกับความเชื่อของเขาบนมวลมนุษยชาติ ชูยะก็เปลี่ยนใจมาใช้ชีวิตอย่างจริงจังมากขึ้น และการทรยศของแกะก็ส่งผลกับเขาอย่างมหันต์ พร้อมกับการที่พอร์ต มาเฟีย เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงในการเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับตัวตนของเขา เขาจึงเปลี่ยนมาภักดีต่อมาเฟียทันที และแรงผลักดันจากการที่อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้นกว่านี้ส่งผลให้เขาไต่เต้าอันดับในพอร์ต มาเฟีย อย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดไว้
ชูยะเกลียดและดูถูกดาไซอย่างรุนแรง สองคนนี้ไม่เคยอยู่ด้วยกันได้เมื่อชูยะเกลียดนิสัยลึกๆของดาไซที่เป็นเจ้าเล่ห์ไหลไปเรื่อย และดาไซมักจะมีทางที่จะลบพลังแล้วหัวเราะเยาะ หยามเกียรติชูยะอยู่เสมอ แถมดาไซยังเป็นคนที่ทำให้พวกแกะทิ้งแล้วทรยศเขาในอดีตอีกด้วย
ปัจจุบันคำล้อเลียนสักคำจากดาไซก็ทำให้ชูยะไขว้เขวได้แล้ว อาศัยจากการที่ชูยะเป็นคนอารมณ์ร้อนและถือเกียรติ์ในตัว ทำให้ง่ายมากที่จะล่อลวงดึงความสนใจจากงานในมือที่เขากำลังทำ
แต่ไม่ว่ายังไง ตามธรรมชาติของ คู่ทมิฬ ชูยะรู้บทบาทดีว่าดาไซเป็นนักวางแผน เขาจึงให้ความเชื่อใจดาไซแม้สักเล็กน้อยเพราะรู้ดีว่าดาไซคำนวนสถานการณ์ที่ดีที่สุดเอาไว้แล้ว
ความสามารถ
ความสามารถของเขา ความเศร้าเคล้ามลทิน For The Tainted Sorrow (汚れっちまった悲しみに) เกี่ยวข้องกับการควบคุมแรงโน้มถ่วง ทำให้เขาสำมารที่จะควบคุมหรือสร้างแรงโน้มถ่วงได้ และเขายังสามารถที่จะเปลี่ยนแรงโน้มถ่วงที่ส่งผลต่อสิ่งที่เขาสัมผัสได้.
นอกจากนั้นยังเห็นว่าเขาสามารถจะยืนและเดินกลับหัวบนเพดานได้อีกด้วย
มลทิน Corruption (汚濁, Ojoku) เป็นรูปแบบที่แท้จริงของพลังชูยะที่อันตรายมาก มันจะถูกเปิดใช้งานโดยบทกลอน
เจ้าผู้มอบความเสื่อมทรามอันมืดมิดนั้น.
อย่าได้ปลุกให้ข้าตื่นขึ้นมาอีกเลย
ความสามารถนี้ทำให้เขาสามารถที่จะควบคุมแรงโน้มถ่วงรอบตัวเขา โดยเพิ่มความหนาแน่นของมัน ทำให้สามารถที่จะพังรถถังได้ด้วยมื้อเปล่าด้วยซ้ำ และเขายังสามารถที่จะยิงลูกบอลที่เป็นการอัดแน่นของแรงโน้มถ่วงจนกลายเป็นหลุมดำที่กลืนกินทุกสิ่งอย่าง
อย่างไรก็ตาม ชูยะควบคุมพลังนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ถูกลบพลังเขาจะบ้าคลั่งอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะตาย
ร่างมลทินมีผลมาจากตัวตนแรกของชูยะในฐานะ อราฮาบากิ เทพแห่งการทำลายล้าง
เมื่อชูยะปลดปล่อยพลังออกมา มลทินจะควบคุมร่างเขา เปลี่ยนชูยะเป็นตัวตนที่แท้จริงพร้อมกับสัญชาติญาณการทำลายล้างที่ไม่สามารถควบคุมได้
ซึ่งเป็นผลมาจากคติประจำตัวของเขา ชูยะจึงถอดถุงมืดตอนใช้มลทิน
พื้นเพ
ดาไซและชูยะ อายุสิบห้า
ประมาณสิบห้าปีที่แล้ว ตัวตนของชูยะเริ่มต้นเป็นที่รู้จักในฐานะภาชนะของเทพอราฮาบากิ
มีตัวตนในฐานะตัวแทนของภัยพิบัติและการทำลายล้างโดยเฉพาะ อราฮาบากิไม่รับรู้ถึงเวลา ความคิด หรือตัวตน มันแค่มีอยู่ แล้วถูกปกปิดโดยทางการทหารของญี่ปุ่น และถึงแม้ว่าจะไม่รับรู้อะไรไปมากกว่าการที่ตนเองมีตัวตนอยู่ อราฮาบากิรู้ว่าตัวเองถูกล่ามไว้และกักขังจากโลกภายนอก
วันหนึ่ง อาเธอร์ ริมโบลด์ แทรกซึมเข้าไปในกระทวงทหารและพยายามที่จะใช้ความเป็นภัยพิบัติของอราฮาบากิในฐานะส่วนหนึ่งของพลังเขาที่เป็นการชี้นำ อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ผล กลับกลายเป็นว่าแค่ขโมยสิ่งที่กักขังอราฮาบากิไว้แล้วปลดปล่อยมันออกจากความมืดมิดอันเเสนโดดเดี่ยวนั้นและสร้างตัวตนมนุษย์ขึ้นมาแทน ซึ่งก็คือ นากาฮาระ ชูยะ
ผลทำให้ทั้งเทพและภาชนะสูญเสียความทรงจำตั้งแต่ก่อนอายุเจ็ดขวบ
มันเป็นแปดปีก่อนที่จะมาเจอดาไซ
เมื่อสูญเสียสิ่งยึดเหนี่ยว อราฮาบากิ ที่ตอนนี้รวมเข้ากับชูยะแล้วสูญเสียการควบคุม
ทำลายล้างโรงงานและเกือบๆจะทุกอย่างในนั้น แต่ช่วยริมโบลด์ไว้ ซึ่งคาดว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดตรอกซอย cone street เล็กๆขึ้นแทนถนนที่อยู่ตรงนั้น เกิดเป็นสลัมขึ้นมา
ถึงแม้จะมีจุดหมายและตัวตน แต่ชูยะก็ไม่มีความทรงจำในชีวิตก่อนช่วงอายุเจ็ดปี ซึ่งเป็นปีที่เขารวมเข้ากับอราฮาบากิเลย เขาจำการมีอยู่ของอราฮาบากิได้ จำได้ว่าถูกล้อมรอบด้วยความมืดมิดสีน้ำเงิน กักขังไว้ในโรงงาน แต่ไม่รู้ว่าทำไมอราฮาบากิถูกปลดปล่อยหรือไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมีตัวตนมนุษย์ขึ้นมา เขาจำได้เพียงมีมือใครบางคนยื่นเข้ามาดึงเขาออกจากห่วงโซ่นั้นแล้วปลดปล่อยเขา จากนั้นมาชูยะจึงตั้งเป้าหมายหลักเป็นการตามหาตัวตนที่แท้จริงของเขา
ไม่แน่ชัดว่าเป็นช่วงไหน แต่ชูยะเข้าร่วมกับพวกแกะ เป็นกลุ่มที่รวมพวกเด็กวัยรุ่นผู้ชายเข้าด้วยกันซึ่งมีอาณาเขตของตนเอง ด้วยพลัง ความเศร้าเคล้ามลทิน ของชูยะทำให้เขามีหน้าที่คล้ายกับไพ่ตายของแกะ
ถึงแม้จะไม่ใช่ “ราชันย์แห่งแกะ” ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดเพราะพลังที่ล้นหลามของเขา แต่ชูยะก็เป็นสมาชิกคนเดียวของสภาที่พวกเขาตั้งขึ้น อย่างไรก็ตาม ชูยะเองก็รู้สึกอย่างแรงกล้าว่าตัวเองมีความรับผิดชอบต่อความเป็นอยู่ของพวกแกะจากที่ได้รับยกย่องให้เป็นไพ่ตาย
ซึ่งต้องขอบคุณเขา ชื่อเสียงของพวกแกะขยายกว้างขึ้น ถึงขั้นสร้างปัญหาให้กับพอร์ตมาเฟีย
เมื่ออายุสิบห้า พวกแกะต้องทนจากการโจมตีของพอร์ต มาเฟีย ชูยะไล่ล่าพวกมาเฟียทุกคนทีมีหน้าที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในมาเฟียที่เขาไล่ตาม ซึ่งอยู่บนเครื่องบินที่กำลังจะตกบอกว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากจะตอบโต้ อ้างว่าอราฮาบากินั้นทำลายหนึ่งในคลังแสงพอร์ต มาเฟีย ซึ่งนั่นเรียกความสนใจของชูยะได้ดี เขาจึงออกสืบเรื่องนี้ต่อหลังจากกำจัดมาเฟียคนนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ภายหลังชูยะมาถึง Cone Street, โจมตี ดาไซ โอซามุ และ ฮิโรสึ ริวโร เขาสั่งให้ทั้งคู่บอกถึงข้อมูลของอราฮาบากิที่พอร์ต มาเฟียสืบมาได้ เขากับฮิโรสึต้องสู้กัน แต่ต้องขอบคุณพลัง
สูญสิ้นความเป็นคน ของดาไซ ทำให้ชูยะตอบโต้ไม่ได้ จนพอเขาหลุดออกมาได้ การระเบิดจากการต่อสู้นั้นทำให้ทั้งสามคนสลบไป
เมื่อชูยะได้สติเขาถูกล่ามไว้โดยรันโด ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้บริหารที่มีพลังสร้างสร้างช่องว่างแบ่งมิติขึ้นมาได้ และเขาก็ยังได้พบ โมริ โอไก บอสคนใหม่ของพอร์ต มาเฟีย
บอสโมริชวนให้เขาเข้าร่วมกับพอร์ต มาเฟีย สร้างความรำคาญใจให้ชูยะมาก
ซึ่งชูยะเองก็รู้ว่าโมริฆ่าบอสคนเก่า แต่ทว่านั่นก็ไม่ได้หยุดโมริที่วางแผนคิดจะใช้ชูยะในการสืบเรื่องของอราฮาบากิที่พอร์ต มาเฟียกำลังสืบอยู่ และเพื่อให้มั่นใจว่าชูยะจะเข้าร่วมด้วย เขาจับพวกแกะเป็นตัวประกันเอาไว้ เพื่อที่จะทำให้ชูยะไม่ทำลายพอร์ต มาเฟีย เสียก่อน และที่สำคัญที่สุดคือให้ความร่วมมือในแผนครั้งนี้
เขาถึงขั้นทำให้มั่นใจว่าชูยะจะไม่พยศ โดยการให้ชูยังฟังเสียงพวกเขาตื่นตระหนกและกรีดร้องหวาดกลัวของพวกแกะที่ถูกจับเอาไว้
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังทำให้ชูยะและดาไซ ที่ความสัมพันธ์ไม่ได้ดีนักอยู่แล้ว ทำงานด้วยกัน และสั่งห้ามไม่ให้ต่อสู้กัน ขู่เอาชีวิตทั้งคู่ถ้าหากว่าการสืบสวนครั้งนี้ล้มเหลวเพราะร่วมมือกันไม่ได้ ซึ่งทั้งคู่เองก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมจำนน
ระหว่างการสืบสวน พวกเขาเจอกับสมาชิก GSS อีกหนึ่งศัตรูของพอร์ตมาเฟีย ชูยะทำลายพวกนั้นลงได้สำเร็จและสั่งให้ดาไซหยุดยิงไปยังศพคนตาย ไม่ได้ตื่นตระหนกกับท่าทีไร้หัวใจและซาดิสต์ต่อคนตายของดาไซ ภายหลังพวกเขาไปถึงที่พักของรันโด ซึ่งถูกบุกรุกโดยโดยพวก GSS รันโดอธิบายให้ฟังว่าเขาเป็นพยานของอราฮาบากิ
ภายหลัง ที่เกมเซนเตอร์ ชูยะและดาไซพนันกันว่าใครชนะในเกมจะได้รางวัล ถ้าชูยะชนะ
ดาไซจะทำงานชี้ตัวคนร้ายเอง ถ้าดาไซชนะ เขาจะสั่งให้ชูยะฟังคำสั่งของเขาเหมือนกับหมา
สมาชิกของแกะเจอชูยะที่เกมเซนเตอร์ สับสนและโกรธแค้นที่ชูยะไม่อยู่ในช่วงที่สมาชิกตกอยู่ในอันตราย เขาบอกว่าชูยะไม่ควรไว้ใจดาไซ แต่ชูยะยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดจะคลี่คลาย และความเป็นจริงเบื้องหลังอราฮาบากินั้นจะเป็นอันดับหนึ่งเพื่อความเป็นอยู่ของพวกแกะ
พวกแกะกลัวชูยะจะหักหลัง เพราะเหล่าแกะนั่นเสี่ยงมากโดนชักจูงเมื่อไม่มีชูยะคอยหนุนหลัง ดาไซฉวยโอกาศจังหวะนี้บอกว่าแกะว่าชูยะเจอมีจุดมุ่งหมายมากกว่าจะเป็นแค่ไพ่ตายของพวกนั้นแล้ว สมาชิกของแกะโกรธจัดและเดินออกไป
ทั้งคู่กลับไปหารันโดที่ตึกร้าง ชูยะได้ยินบทสนทนาระหว่างรันโดและดาไซ และทะลุเข้าไปในห้องนั้น เข้าใจว่ารันโดเป็นคนร้ายของการปรากฏตัวปริศนาของอราฮาบากิและบอสคนก่อน ชูยะไม่สนใจการอนุมานของดาไซที่บอกข้อผิดพลาดของรันโดที่อ้างว่าเห็นอราฮาบากิ ด้วยตาตนเอง เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะอธิบายอราฮาบากิได้ถูกต้องโดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปลดปล่อยอราฮาบากิ
เขาเล่าความทรงจำของเขาในส่วนอราฮาบากิ
ทำให้ทั้งสองคนรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของชูยะ ก่อนที่ชูยะจะถามว่ารันโดใช่คนที่ปลดปล่อยเขาออกมาและมอบร่างใหม่ที่เป็นกรอบ ร่างครอบตัวตนแห่งการทำลายล้างหรือเปล่า
แทนคำตอบ รันโดจัดการขังทั้งชูยะและดาไซไว้ในช่องว่างที่เกิดจากพลังของเขา เผยให้เห็นว่าแม้กระทั่งพลังสูญสิ้นความเป็นคนก็ไม่ได้ผล และพลังชูยะเองก็ไร้ประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากไม่สามารถที่จะใช้พลังในพื้นที่ซึ่งไม่เป็นไปตามกฏธรรมชาติได้ รันโดเล่าความทรงจำในอดีตขึ้นมา ชายคนหนึ่งจากยุโรปที่มีชื่อว่า อาเธอร์ ริมโบลด์
แปดปีที่แล้ว ริมโบลด์แทรกซึมไปในฐานการทหาร ตั้งใจจะขโมยอราฮาบากิ แต่ก็อย่างไรก็ตาม ผลคือเขาทำไม่สำเร็จและพลตัวเองถูกล้อมโดยพลทหารเสียแทน และเพื่อที่จะหนี เขาจึงวางแผนที่จะใช้อราฮาบากิที่อยู่ในฐานเป็นการเปิดทาง แต่เมื่อพยายามที่จะครอบครองอราฮาบากิ เขาขโมยได้เพียงอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ชูยะที่มีหน้าที่เป็นภาชนะของอราฮาบากิจึงรวมเข้ากับตัวตนของอราฮาบากิ และเมื่อสูญเสียการควบคุม อราฮาบากิจึงทำลายล้างจนตรงนั้นกลายเป็น cone street ขึ้นมา
ริมโบลด์ดูดซับอราฮาบากิได้สำเร็จระหว่างการทำลายล้าง แต่พลังอีกส่วนที่มากกว่าของพลังนั้นแยกออกไปเป็นอีกตัวตนหนึ่งนั่นก็คือ ชูยะ ยิ่งไปกว่านั้น ริมโบลด์จำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ตัวตนของชูยะ หรือความจริงเบื้องหลังการทำลายล้าง ปัจจุบันเขาจึงตั้งใจจะฆ่าชูยะ วางแผนที่จะดึงความทรงจำส่วนนั้นขึ้นมาและเปิดเผยความจริง ซึ่งทั้งหมดนี่เพื่อที่จะได้จดจำวินาทีสุดท้ายที่เขาเคยมีกับเพื่อนและคู่หูของเขา Paul Verlaine
ชูยะเข้าใจเหตุผลของริมโบลด์ แต่ก็ไม่ได้หยุดความคิดท่ี่จะฆ่าริมโบลด์
เขาสร้างคติของตนเองขึ้นมาเรื่องการไม่ถอดถุงมือระหว่างการต่อสู้ สำหรับเขาแล้ว เขาไม่เคยรู้สึกถึงความจำเป็นของการต่อสู้ หรือความอันตราย ความรุนแรงในการต่อสู้เลย
รู้ว่าแท้จริงแล้วตนเองไม่ใช่มนุษย์ และไม่แม้แต่จะเข้าใจความรู้สึกอันลึกซึ้งของมนุษย์
เขาตระหนกถึงตัวตนของตนเอง และไม่ทำอะไรมากไปกว่าคุมอราฮาบากิให้ได้
โดยที่ไม่ใช่มือต่อสู้ วันหนึ่งเขาคงต้องแพ้ ไม่สามารถที่จะสนุกกับการต่อสู้ที่เร่งรีบหรือรุนแรงได้ และคงป้องกันตนเองไม่ได้ หมายถึงมันทำให้เขาเข้าใกล้ความมีชีวิตและความเป็นมนุษย์ขึ้นมาบ้าง
หลังจากทำร้ายริมโบลด์จนบาดเจ็บสาหัส ชูยะรับฟังคำขอร้องสุดท้ายของอีกฝ่าย-เพื่อตัว
ชูยะเอง เขามั่นใจว่าชูยะนั้นได้ใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์แล้ว ในเมื่อทุกคนนั้นต่างก็มีตัวตนเป็น
กรอบร่างของอดีตที่ดำมืดกว่านั้น
เดือนหนึ่งหลังจากริมโบลด์เสียชีวิต ชูยะไปเยี่ยมหลุมศพเขา เปิดเผยว่าริมโบลด์นั้นตายเพราะความจริงของอราฮาบากิ ส่วนที่เหลือนั้นจมหายไปท่ามกลางความขุ่นมัว
สมาชิกของแกะ ชิราเสะ เจอชูยะ ขอโทษก่อนจะบอกชูยะว่าเจอวิธีที่ดีกว่าที่จะปกป้องพวกเขาแล้ว เขาแทงชูยะ โชว์ให้เห็นว่าพวกแกะทรยศเขา โดยใช้GSS หนุนหลัง และมีดนั้นก็อาบยาพิษ ชูยะหนีได้ในที่สุดโดยตกลงไปในทะเล
บนชายฝั่ง เขาและดาไซเจอกันอีกครั้ง ดาไซที่ตอนนี้ปรากฏตัวแบบมาเฟียเต็มตัวพร้อมกับทีมของเขาได้รับคำสั่งให้ฆ่าพวกแกะและ GSS อย่างไรก็ดี เขาสามารถยกเว้นได้ถ้าชูยะต้องการ ชูยะเลยบอกให้เขาไม่ฆ่าพวกแกะ ซึ่งดาไซตกลง และสั่งให้หน่วยของเขาทำตามแผนที่วางไว้ต่อไป จนถึงตอนนั้น ชูยะเพิ่งตระหนักว่าดาไซจงใจสร้างรอยร้าวระหว่างเขากับพวกแกะมาตลอด ก่อนที่จะหมดสติไป
เวลาผ่านไป ชูยะคุยกับ โอซากิ โคโย ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าของเขาโดยตรง และเขาเองก็เรียกเธอว่า “อาเจ้” โดยไม่สนใจว่าหล่อนจะบอกให้เขาหยุดเรียกอย่างนั้นมากี่ครั้งแล้ว หล่อนบอกเขาว่าชูยะจะต้องเข้าร่วมการประชุมเพื่อที่จะได้เข้าใจแนวทางของพอร์ต มาเฟีย
หล่อนถามว่าเขาได้หมวกที่สวมอยู่มาจากไหน แต่บทสนทนาของทั้งคู่ก็ถูกขัด
ระหว่างที่กำลังเดิน ชูยะและดาไซเจอกันอีกครั้ง ไม่ยินดีและเหยียดยามกัน ดาไซหงุดหงิดที่ชูยะไม่ได้ทำตามที่พนันกันไว้ว่าจะเป็นหมาของเขา ส่วนชูยะรู้ว่าดาไซโกงเกมที่พวกเขาเล่นด้วยกัน
ระหว่างที่กำลังเถียงกันนั่นเอง โคโยถามโมริเรื่องที่อนุญาตให้ทั้งสองคนอยู่ทีมเดียวกัน แต่โมริยืนยันว่ามันจะไม่มีปัญหาอะไร
จากธรรมเนียมที่จะมอบเสื้อผ้าเครื่องสวมใส่หนึ่งชิ้นให้กับสมาชิกใหม่ที่ตนเองพามาเข้าร่วม โมริให้หมวกเก่าของริมโบลด์กับชูยะ และเขามอบเอกสารเก่าของริมโบลด์เกี่ยวกับเหตุการณ์อราฮาบากิให้อีกด้วย เอกสารเปิดเผยว่าจุดประสงค์ที่ทางการทหารรวมอัตลักษณ์หนึ่งกับพลังอีกหนึ่งเข้าด้วยกันเพื่อสังเคราะห์พลังขึ้นมา ซึ่งชูยะเป็นหนึ่งในตัวทดลองที่กลายเป็นภาชนะของอราฮาบากิ ถึงแม้ว่าจะมอบรายงานทั้งหมดให้ชูยะไม่ได้ แต่ก็อธิบายว่าผู้บริหารมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงเอกสารพวกนั้น
โดยเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด ชูยะโค้งและมอบทั้งหมดที่เขามีเพื่อปกป้องพอร์ต มาเฟีย และโยโกฮามาที่เขารัก
ความขัดแย้งหัวมังกร
ตอนอายุสิบหก ร่วมกับดาไซในฐานะคู่หู “คู่ทมิฬ” ความขัดแย้งหัวมังกรนั้นมาถึงจุดสูงสุด
ก่อความหายนะให้กับกลุ่มอาชญากรใต้ดินทั้งหมด หลังจากที่ดาไซถูกจับตัวไปโดยศัตรู
ชูยะพุ่งเข้าไปในฐานศัตรูด้วยมอเตอร์ไซค์ของเขา จัดการศัตรูไปนับไม่ถ้วนจนกระทั่งไปถึงดาไซที่ไม่ได้ได้เป็นอันตรายใดๆ พวกยังคงทะเลาะกันจนกระทั่งมีศัตรูมาให้ชูยะจัดการอีก
เมื่อพวกเขาไปถึง ชิบุซาวะ ทาสึฮิโกะ ชูยะโกรธจัดสำหรับการตายที่ไร้ความหมายของลูกน้องของเขา ใช้มลทินแล้วจัดการความขัดแย้งหัวมังกรด้วยตัวเขาเอง
ชูยะไปถึงตำแหน่งผู้บริหารเร็วกว่าที่คิด ทำให้เขาเข้าถึงเอกสารของริมโบลด์ และสามารถพบ วาร์เลลีน ที่ยังคงมีชีวิต จนสามารถค้นพบที่มาของตนเองได้ในที่สุด
bungou stray dogs
ระหว่างที่เจอหน้ากันกับดาไซ ชูยะบอกว่าเขานั้นโดนส่งไปจัดการกับเรื่องวุ่นวายทางตะวันตกอยู่ครึ่งปี
เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย
- ตอนแรกในหนังสือ พิมพ์ชื่อเขาว่า “Chuoya” ในส่วนของที่ดาไซเกลียด
- ในเล่มแปล “Soukoku” (ชื่อทีมดาไซและชูยะ) ถูกแปลเป็น ‘Twin Dark’
- เขาและกับตัวละคนอื่นๆบางส่วนปรากฏในเกมโทรศัพท์ Love Heaven ในฐานะตัวละครลิมิต
- บทกลอนที่เปิดใช้งานมลทิน มีต้นกำเนิดมาจาก โคลงกลอน “เพลงแกะ” ซึ่งเป็นกวีที่นากาฮาระ ชูยะ แต่งให้ ยาสึฮารา โยชิฮิโระ ซึ่งภายหลัง “เพลงเเกะ” กลายเป็นต้นกำเนิดของกลุ่มเขา “กลุ่มแกะ”
- ในตอนที่ 31 เขาด่าดาไซว่า “ศัตรูของผู้หญิง” ซึ่งอาจมีที่มาจากนิสัยคั่วหญิงไปทั่วของดาไซ
- นักพาษย์เสียงของเขาในญี่ปุ่น ทานิยามา คิโชว เป็นนักร้องของวง GRANRODEO ที่ร้องเพลงเปิดให้กับ Bungo Stray Dogs season 1 – TRASH CANDY.GRANRODEO และภายหลังยังร้องเพลเปิดสำหรับ Dead Apple; ชื่อว่า Deadly Drive.
- ถึงแม้จะชอบแอลกอฮอล์ แต่เขากลับคออ่อน เมาค่อนข้างง่ายทีเดียว
- เขาสูบบุหรี่นานๆครั้ง มักจะเป็นตอนที่เครียดหรือรำคาญใจ
- อราฮาบากิที่เคยเป็นตัวตนเก่าของชูยะมาก่อน เป็นเทพโบราณของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยปริศนา ที่มาที่ไปและความเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์ก็ไม่มีปรากฏชัดเจน ทฤษฎีหนึ่งบอกว่าเป็นเทพที่เป็นเทพองค์รองที่อยู่ในศาลเจ้า
ยาวไปแล้วเฟ้ยยยย ชูยะะะะะ