Fanfic BSD : alterverse (dachuu)

Alterverse ค่ะ


ถ้าหากว่าเป็นชีวิตที่ไร้ค่าขนาดนั้น
ยอมตายไปจะไม่สมเกียรติ์กว่าหรอกหรือ?

ปืนถูกจ่อเข้าที่ขมับ, นี่ไม่ใช่ความตายอย่างที่เขาจินตนาการไว้

ดาไซเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยความหวาดระแวง และแน่นอนว่าเขาจำนักฆ่ารับจ้างที่มีชื่อเสียงในโลกใต้ดินอย่าง โอดะ ซาคุโนะสุเกะ ได้อยู่แล้ว
“ถึงจะอยากตายก็เถอะ แต่ฉันไม่ได้อยากถูกยิงตายหรอกนะ”
“ยังไงก็จะตายอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?”
โอดะซาคุตอบกลับ หรี่ตาลงมองอีกฝ่ายที่แสดงท่าทางลังเเลออกมาด้วยความสมเพชสิ้นดี
“นั่นสิ นั่นสิ” คราวนี้ดาไซเหมือนพูดกับตัวเองเสียมากกว่า “แต่ที่เจ็บปวดก็ไม่เอาหรอกนะ ที่น่ากลัวก็ไม่ชอบเหมือนกัน”

“ฉันให้นายมากกว่าที่นายจะได้จากการฆ่าฉันอีกนะ”
ผู้บริหารหนุ่มแห่งพอร์ตมาเฟียเริ่มเปลี่ยนมาเป็นการต่อรอง
ดวงตาคู่นั้นสบกับเขา, มันขุ่นมัวเกินกว่าเด็กอายุสิบห้าทั่วไป แต่รอยยิ้มนั้นกว้างสมกับอายุ
“ถ้าฉันตายไป– สถานการณ์จะยิ่งแย่ไปกว่านี้อีกนะ”

โอดะซาคุไม่ได้คิดถึงอนาคตที่ไกลขนาดนั้น
“ฉันแค่ทำตามหน้าที่”
“และฉันก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ” ดาไซเอื้อมมือเข้ามาจับเขา และโอดะซาคุก็ได้เข้าใจว่าทำไม

สูญสิ้นความเป็นคน เป็นพลังที่มีเป็นประโยชน์จนน่ากลัว. ถ้าเกิดว่าเพิ่มพลังให้ใครอย่างไร้เงื่อนไขแล้วยิ่งเสริมให้ใครก็ตามที่ได้ตัวดาไซ โอซามุไปแข็งแกร่งจนประเมินไม่ได้
แม่แต่ตัวเขาเอง

โอดะซาคุกระโดดถอยหลังเมื่อเข้าเห็นภาพอนาคตที่กำลังจะเกิด ดาไซที่พอรู้เรื่องเลยหันไปมองที่ประตูพร้อมด้วยรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้า

นากาฮาระ ชูยะ พังประตูเข้ามาด้วยสีหน้าหงุดหงิด
ตามแก้มและลำคอไล่ไปจนถึงแขนปรากฏรอยบางอย่างพาดทับและกลืนกินตัวเขา
“ดาไซ ไม่เป็นอะไรนะ?” เจ้าของชื่อพยักหน้า แล้วเดินลงมาจากเตียงเพื่อไปหลบหลังชูยะด้วยความยินดี

ทำเอานักฆ่าตีหน้ายุ่ง. เขาไม่น่าชักช้าที่จะฆ่าดาไซเลยสักวินาทีเดียว ลำพังตัวดาไซไม่ได้ลำบากที่จะสู้ แต่ถ้ามีนากาฮาระ ชูยะ แล้วไม่ว่าใครก็หยุดไม่ได้ทั้งนั้น.

โอดะซาคุยอมลดปืนลงจนได้ แต่ชูยะยังคงไม่ปลดมลทิน

“ฉันจะไว้ชีวิตดาไซโอซามุ แต่แน่นอนว่าต้องมีข้อเเลกเปลี่ยน”
“แล้วเราจะไว้ใจพวกนักฆ่าได้ยังไง?”
“แล้วฉันจะไว้ใจพวกมาเฟียได้ยังไง?”
“ข้อเเลกเปลี่ยนอะไรล่ะ?” ดาไซแทรกขึ้นมา โดยที่กอดแขนข้างหนึ่งของชูยะเอาไว้ “ใช้ประโยชน์ฉันงั้นเหรอ?”

โอดะซาคุขยับยิ้ม แล้วไม่ได้ตอบอะไร ก่อนที่เขาจะหายไปโดยที่ผู้บริหารของพอร์ตมาเฟียทั้งสองคนเพียงแค่ยืนมอง

FANFIC BSD : Four season of our life (ODAZAI)

Odasaku X Fem!Dazai


วันพรุ่งนี้อาจตายก็ได้. ดาไซไม่ได้ให้ค่ากับคำว่าชีวิตของตนเองนัก
แต่เมื่อโอดะซาคุบอกว่า มีชีวิตอยู่ต่อเถอะนะ
เธอคิดว่ามันก็ไม่เสียหายอะไรที่จะรอคอยท้องฟ้าวันพรุ่งนี้อีกวัน

ฤดูร้อนตอนนั้นดาไซอายุแค่สิบสี่ เพิ่งเป็นผู้บริหารของพอร์ตมาเฟีย หล่อนคิดว่าตนเองกร้านโลกมามาก แต่คนอย่างโอดะซาคุไม่ใช่ประเภทที่เธอเคยเจอ.
ดาไซกระพริบตา มองชายหนุ่มตรงหน้าแล้วหันไปมองบอสด้วยความไม่เข้าใจ
“คนคุ้มกัน?” หล่อนถาม ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยท่าทีที่ดูไม่พอใจนัก “เกะกะเสียเปล่าๆ”
“มีไว้ก็ไม่เสียหายนี่นา จริงไหมดาไซจัง? โอดะคุงเขามีฝีมือนะ รับรองว่าไม่เกะกะเธอหรอก”
เด็กสาวหันกลับมามองเขา ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นตวัดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างประเมินแล้วถอนหายใจ
อย่างน้อยก็ดูไม่น่ารำคาญดี
ดาไซไม่ได้คิดว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างพวกเขา.

.

ฤดูใบไม้ร่วงปีถัดมา ดาไซได้แผลมาเพิ่มอย่างจงใจ
“สมเพชฉันงั้นเหรอ?” ดาไซจับสายตาอีกฝ่ายได้ ถามขึ้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่าสิ้นดี ระหว่างที่ยกแขนโชว์ให้เห็นรอยแผลชัดๆ
โอดะซาคุมองตอบแล้วก็ส่ายหน้า
“แค่เสียดาย เด็กอย่างเธอควรจะมีช่วงเวลาวัยรุ่นที่ดีกว่านี้แท้ๆ”
หล่อนชะงัก จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่มีคนมองเธอเป็นเด็กสาวน่ะมันเมื่อไหร่
แม้กระทั่งกับบอสก็ยังเห็นเป็นแค่ ของเล่น อยู่เลยแท้ๆ
“ฉันก็เด็กกว่านายไม่กี่ปีหรอก”
โอดะซาคุพยักหน้ารับ ไม่ได้เถียงอะไรอีกก่อนที่จะยื่นมือออกมา “มาสิ เดี๋ยวทำแผลให้”
ดาไซไม่เคยเข้าใจอะไรในตัวอีกฝ่ายอยู่แล้ว วันนั้นหล่อนมองเขาแล้วยอมแพ้ที่จะเข้าใจ
รอยยิ้มที่ไม่เคยมีผุดขึ้นบนใบหน้าเป็นครั้งแรก ระหว่างที่ยื่นแขนไปให้เขา
“ขอบคุณ”

.

เป็นคนแรกที่มองเห็น เป็นคนแรกที่ยื่นมือมา
เป็นคนที่ถามว่าเหนื่อยหรือเปล่าท่ามกลางคนที่คาดหวังว่าต้องทำให้ได้
เพราะโอดะซาคุเป็นคนอ่อนโยนแบบนั้น
“นี่โอดะซาคุ ถ้าว่าหนึ่งฉันตายไปล่ะก็” ดาไซยื่นมือไปหาเขา “โอดะซาคุจะเสียใจไหมนะ”
“ฉันอยากให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ”
ดาไซหัวเราะ สว่างไสวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“นั่นเป็นคำสั่งงั้นเหรอ?”
“ฉันคงไม่มีสิทธิ์ไปสั่งเธอหรอก” โอดะซาคุเว้นวรรค แล้วมองหล่อนอย่างตรงไปตรงมา เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าดาไซดูโตกว่าครั้งแรกที่เจอกันมาก จากเด็กสาวคนนั้นกลายเป็นสาวสวยสะพรั่ง “นั่น– เป็นคำขอร้องน่ะ”
“ถ้าโอดะซาคุอยู่กับฉันด้วย ฉันก็จะมีชีวิตต่อไปนะ”
นั่นเป็นคำสัญญา
ฤดูหนาวปีนั้นไม่หนาวอีกต่อไป

.

“ตอนนี้ฉันก็ยังมีชีวิตอยู่นะ แต่นายไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้ว”
“ไม่ยุติธรรมเลยใช่ไหม?”
“จะไม่ตอบกลับมาสักคำเลยจริงๆน่ะเหรอ? ใจร้ายเกินไปแล้วนะ”
“นี่ ฉันรักนายนะ”
ไม่มีคำตอบกลับมาทั้งนั้น ดาไซหยุดพูดในที่สุดแล้วนั่งพิงหลุมศพอย่างเงียบเชียบ
ฤดูใบไม้ผลิปีแรกที่ไม่มีโอดะซาคุ
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วคิดว่ามันยังคงเป็นสีฟ้าน่าเกลียดเหมือนทุกวัน

FANFIC BSD : Dazai osamu’s birth day

สุขสันต์วันเกิดดาไซย้อนหลังค่ะ แต่งด้วยความวูบเลยอาจสั้นๆมึนๆหน่อย
Pairing : OdasakuXDazai, DazaiXChuuya

คำเตือน : มีการกล่าวถึงการตาย การฆ่าตัวตายอยู่ค่ะ


หลุมศพของโอดะซาคุไม่เหมือนเดิม
ดาไซมองเห็นใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้น เรือนผมสีส้มแดงที่โดดเด่นของอีกฝ่ายทำให้เขาหัวเราะออกมาทั้งๆที่ไม่มีอะไรตลกเลย
นากาฮาระ ชูยะ มนุษย์คนสุดท้ายที่เขาจะนึกถึงว่าจะเจอยืนอยู่ตรงนั้น

“มาทำอะไรเนี่ย ชูยะ” เขาถาม พลางเลื่อนสายตาไปมองดอกบ๊วยที่ถูกวางอยู่หน้าหลุมศพ แน่นอนว่าไม่ใช่ฝีมือดาไซ เขาไม่เคยจะหยิบดอกไม้ติดมือมาที่หลุมศพของโอดะซาคุสักครั้งอยู่แล้ว

เพราะการจากไปของเขาไม่ใช่เรื่องดี ดาไซจึงไม่เคยคิดจะไหว้หลุมศพหรือวางดอกไม้อย่างเป็นทางการ

.

“มาหาแกนั่นแหละ” ชูยะพูดเหมือนบ่น เสียงของเขาฟังดูไม่กระด้างเหมือนอย่างเคย “เป็นที่ที่ยังไงแกก็ต้องมาใช่ไหมล่ะ แต่ถ้าจะให้มาหลุมศพคนอื่นตัวเปล่าก็แปลกๆเลยถือดอกไม้ติดมือมาด้วยแค่นั้นแหละ”
“แล้วมีอะไรล่ะ?”
“เจ้โควโยวกับบอสฝากของมาให้ วันเกิดแกใช่ไหมล่ะ”
ถุงกระดาษในมือชูยะถูกยื่นมาให้ ดาไซรับมามองด้วยความมึนงง
“วันเกิดฉันเหรอ?”
“ไอ้บ้า นี่แกอย่าบอกนะว่าจำไม่ได้?”

ดาไซหัวเราะ เปล่งประกายมาก ชูยะที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นรอยยิ้มแบบนั้นสักครั้งในชีวิตชะงักไปวูบหนึ่ง

.

ไม่ ไม่ใช่หรอก  

มันเป็นแค่วันที่เขาคิดจะฆ่าตัวตายอีกวันหนึ่ง แล้วโมริซังก็บังเอิญเจอแค่นั้นเอง

รอยยิ้มของดาไซยังคงกว้างมาก เปล่งประกายมาก แต่ไปไม่ถึงตาโดยไม่มีใครเห็น.

วันเกิดเขาจริงๆน่ะจำไม่ได้หรอก ดาไซไม่ได้คิดจะจำอยู่แล้ว เขาเผาเอกสารข้อมูลไร้สาระพวกนั้นทิ้งไปตั้งแต่ได้จับ ไม่ได้สนใจจะแม้แต่เหลียวมองด้วยซ้ำ

“นั่นสินะ เป็นวันเกิดฉันนี่นา”
คนตัวสูงย้ำ รู้ความจริงดีอยู่แก่ใจ
ระหว่างเหลือบมองชูยะแล้วเผลอคิดว่าก็ดีเหมือนกัน.

มีคนใส่ใจ มีคนจำได้ก็ดีเหมือนกัน

เขานึกเสียดายที่ตัวเองเผาเอกสารนั้นฉับพลัน

“แล้วไม่มีของขวัญจากชูยะหรือไง?” ดาไซถามกลับ แกล้งหยอกล้อ ชูยะทำท่าจะโวยแต่สุดท้ายก็ถอนหายใจใส่
“ถ้าแกมีชีวิตอยู่ถึงปีหน้า ฉันอาจมีอะไรให้ก็ได้”
“ฉันไม่สัญญาหรอกนะ”
ชูยะไม่ได้แปลกใจกับคำตอบ เขาเลยถอนหายใจอีกครั้งแล้วพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะหันหลังเดินออกไป

“โอดะอยากให้แกมีชีวิตอยู่ต่อไม่ใช่หรือไง?”

ดาไซที่เคยคิดว่าตนเองยืนอยู่คนเดียวบนโลก ต่อสู้กับอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น
ด้วยคำพูดนั้นทุกอย่างพังทลายและอีกฝากของกำแพงใหญ่นั้นเขาเห็นชูยะและโอดะซาคุยืนอยู่ตรงนั้น

ขอบคุณ
ดาไซพึมพำตอบกลับลับหลัง
สายลมพัดมากระซิบเป็นคำเดียวกัน เขาไม่รู้ว่านั่นมาจากโอดะซาคุหรือชูยะกันแน่.

ได้วิสกี้ออนเดอะร็อคซักแก้วที่บาร์ลูแปงก็คงดี.


แถม : วันเกิดดาไซสมัยอยู่พอร์ต มาเฟีย.

“เกลียดขนาดนั้นเลยเหรอ ตัวตนเธอแต่ก่อนน่ะ” โมริถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ ระหว่างมองกองไฟตรงหน้า สายตาเขาจดจ้องไปทางเอกสารพวกนั้นอย่างเสียดาย
ประวัติพวกนั้นใช่ว่าจะรวบรวมได้ง่ายๆเสียเมื่อไหร่ แต่พอยกให้ดาไซแล้วเด็กหนุ่มกลับคว้าไฟแช็กไปเผาเสียอย่างนั้น

“ก็ไม่ได้เกลียดหรอก” ดาไซตอบเสียงเรียบ มองกองไฟตรงหน้าด้วยสายตาพึงพอใจ “ผมน่ะ ไม่คิดจะสนใจเอกสารพวกนั้นหรอก แต่พอเห็นรายละเอียดแล้วมันก็อดหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้น่ะครับ”

“โอ้– แต่มันรวบรวมมาได้ยากมากเลยนะ ดาไซคุง”

“ถ้าว่างมากก็ไปอ่านเชลลิ่งให้จบเถอะครับ” เด็กหนุ่มถอนหายใจ หมุนตัวจะเดินออกจากตรงนั้นเมื่อเห็นไฟเริ่มมอดลง ในขณะที่โมริหัวเราะขำ เรียกรั้งเอาไว้
“นี่” เขาโยนกล่องขนาดพอฝ่ามือให้กับดาไซ “ถ้างั้นก็ถือว่าวันที่เธอเข้าพอร์ตมาเฟียเป็นวันเกิดเธอก็แล้วกัน ดีไหม ดาไซคุง? งั้นก็สุขสันต์วันเกิดนะ”

เหมือนที่ไม่ได้เกลียดอะไรเอกสารพวกนั้น
ดาไซเองก็ไม่ได้เกลียดของขวัญจากโมริซังเช่นกัน แต่เขาจำได้ว่าของขวัญชิ้นนั้นเขาโยนทิ้งไปในวันเดียวกันนั้นเอง


หมายเหตุ : – ความหมายของดอกบ๊วยในภาษาดอกไม้คือ ความงดงาม ความซื่อสัตย์ และหัวใจที่บริสุทธิ์ค่ะ เลยให้ชูยะวางดอกบ๊วยที่หลุมศะโอดะซาคุ
– เราว่าก่อนที่ดาไซจะกลายเป็นพวกคลั่งการฆ่าตัวตายอย่างที่เห็น ก็คงต้องมีประวัติดาร์กๆมาก่อนจนกลายเป็นอย่างนี้ล่ะค่ะ เพราะงั้นเลยให้ดาไซเผาเอกสารข้อมูลของตัวเองทิ้งไปค่ะ ซึ่งอันที่จริง ตัวตนของดาไซเราว่าดาไซคงไม่ยินดียินร้ายกับเอกสารพวกนั้นค่ะ แต่คงไม่คิดจะสนใจอยู่แล้วล่ะค่ะ แบบ “แบบ มีงั้นเหรอ อืม น่าเบื่อตายชักเอกสารพวกนั้นน่ะ ก็ฉันรู้หมดแล้วนี่นา”
– เครื่องดื่มที่ดาไซดื่มที่บาร์มันเหมือนวิสกี้ออนเดอะร็อคเลยเขียนให้เป็นวิสกี้ออนเดอะร็อคไปค่ะ ซึ่งถามว่าใช่ไหม ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ 5555

แปล : DAZAI OSAMU bungou stray dog wiki

แปะลิงค์ต้นทางค่ะ : https://bungostraydogs.fandom.com/wiki/Osamu_Dazai


ฆ่าตัวตายอย่างสะอาด สดใส และพลานามัยดี

– ดาไซ โอซามุ

ดาไซ โอซามุ เป็นสมาชิกของสำนักงานนักสืบ และเคยเป็นผู้บริหารขององค์กรใต้ดินที่ดำมืดที่สุดของเมืองอย่างพอร์ต มาเฟีย มาก่อน


ดาไซ โอซามุ
AKA : คู่ทมิฬ (ร่วมกับนากาฮาระ ชูยะ)
: ปีศาจอัศจรรย์ของหน่วยกอริลล่า
: ผู้บริหารที่อายุน้อยที่สุดของพอร์ต มาเฟีย
: เมคเคอเรล (บนโทรศัพท์ของชูยะ)
: เครื่องสิ้นเปลืองผ้าพันแผล
ของชอบ : การฆ่าตัวตาย, ปู, สาเก, อายิโนะโมโตะ, ผงชูรส
ขอบที่ไม่ชอบ : หมา, นากาฮาระ ชูยะ


ลักษณะภายนอก

ดาไซเป็นผู้ชายหน้าตาดี เขามีเรือนผมสีน้ำตาลเข้มหยักศกกับดวงตาหรี่แคบสีเดียวกัน
ผมหน้าม้าล้อมกรอบหน้าเขา และมีบางส่วนที่รวมกันอยู่กลางหน้าผาก
ร่างของเขาค่อนไปทางผอมและสูง

เขาแต่งตัวด้วยเสื้อโค้ทยาวสีทรายไม่ผูกสายคาดเอว ส่วนด้านใต้นั้นใส่เสื้อกั๊กสีดำกับเชิ้ตสีขาวลายทางสีฟ้าจางๆ และใส่ bolo tie ทับริบบิ้นสีน้ำตาล กลัดด้วยจี้เทอร์ควอยซ์
นอกจากนี้เขายังใส่กางเกงสีน้ำตาลอ่อนกับรองเท้าสีน้ำตาลเข้ม และมีผ้าพันแผลทั่วตัว
ยกเว้นก็ส่วนหน้า มือและเท้า ที่ไม่ถูกปกปิด
โดยเหตุผลสำหรับผ้าพันแผลพวกนั้นยังคงเป็นปริศนา

ตอนที่เขายังคงอยู่ในพอร์ต มาเฟีย ดาไซใส่เสื้อโค้ทสีดำยาวเลยเข่า และพันผ้าปิดตาขวาของเขาไว้ด้วย ส่วนแขนขวานั้นถูกใส่สลิงพยุงแขนไว้ เดาว่าเป็นผลมาจากงานอดิเรกฆ่าตัวตายของเขา แต่ไม่ว่ายังไง ดูเหมือนเขายังคงสามารถใช้แขนขวาของเขาได้ ซึ่งเป็นแขนข้างเดียวกับที่เล็งปืนใส่อาคุตาคาวะไปสามนัด


ลักษณะนิสัย

ดาไซเป็นผู้ชายลึกลับ จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขามักยากที่จะหยั่งถึงยกเว้นแต่ว่าเขาจะเปิดเผยมันด้วยตัวเอง ซึ่งคนที่รู้จักดาไซมากที่สุด และตัวดาไซเองก็รับรู้คือเพื่อนของเขา
โอดะ ซาคุโนะสุเกะ ซึ่งเคยพูดกับเขาไว้
“หาไม่เจอหรอก (…) นายควรจะรู้ด้วยตัวเองนะ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายที่ฆ่าคนหรือฝ่ายที่ช่วยคน มันจะไม่มีอะไรที่จะเติมเต็มจิตใจนายได้ จะไม่มีที่ไหนคลายความโดดเดี่ยวนายได้ นายจะวนเวียนอยู่ในความมืดนี้ตลอดไป”

ดาไซมักจะถูกเรียกว่าขี้เกียจโดยคุนิคิดะ ที่มักจะด่าเขาที่ไม่ทำงานให้เสร็จและทำตัวเฉื่อยชา แต่นอกจากนั้นเเล้ว ดาไซเองก็แสดงให้เห็นถึงสติปัญญาอันเฉียบคมของเขา สันนิษฐานคลี่คลายเหตุการณ์ประหลาดที่อัตสึชิคิดว่าตนเองโดนเสือล่าทั้งๆที่ตนเองเป็นเสือที่ว่า
เขามั่นใจในตัวเองเสมอไม่ว่าจะต้องรับมือกับสถานการณ์แบบไหน ไม่ว่าจะต้องต่อสู้หรือตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายที่ตนเองทำขึ้นมาเอง
ส่วนใหญ่เเล้วดาไซเป็นพวกดราม่าเกินเหตุ เขามองการกระทำส่วนใหญ่ของตนเองเป็นเรื่องตลก แม้ว่าจริงๆแล้วจะเป็นแผนที่ถูกวางมาอย่างดีก็ตาม
ทว่าเขาก็ไม่ได้เอาผลงานจากสิ่งที่เขาทำเลย

นอกเหนือจากเรื่องหัวไวแล้ว ดาไซเองก็เป็นตัวตลกในเรื่อง และปรากฏด้านอ่อนโยนให้เห็นบ้างเป็นครั้งคราว

ดาไซบ้าคลั่งการฆ่าตัวตาย เขาพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งด้วยท่าทางติดตลกแต่ก็ไม่เป็นผลในหลายๆครั้งนั้น โดยเขาเคยเฉพาะเจาะจงว่าอยากฆ่าตัวตายคู่กับสาวสวย (บิดเบือนมาจากที่ในชีวิตจริงนั้นเขาพยายามฆ่าตัวตายกับผู้หญิงหลายคนมาแล้วหลายครั้ง)
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะดูผิวเผินเหมือนการพยายามฆ่าตัวตายของเขาจะเป็นเรื่องตลก มันกลับแสดงให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ที่ดาไซเชื่อว่าไม่สามารถเติมเต็มได้
เขาเคยเชื่อว่าเขาจะเติมเต็มช่วงว่างนี้ได้ และหาเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ได้ถ้าหากว่าเขาอยู่ท่ามกลางกองเลือดและสงคราม
แต่โอดะเพื่อนของเขาได้โน้มน้าวของเขาในลมหายใจสุดท้ายของชีวิตให้เดินทางที่ดี โดยเชื่อว่าถ้าหากว่าความดีและความเลวไม่มีความหมายอะไรมากนักสำหรับดาไซแล้วล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นดาไซอาจเป็นคนที่ดีขึ้นมาสักนิดก็ได้หากไปเดินทางที่ดี

ในอดีตที่เขาเองก็พยายามจะฆ่าตัวตายเหมือนกันไม่ได้ปรากฏเป็นลักษณะติดตลกเหมือนปัจจุบัน เขาแม้กระทั่งนิยามความตายว่าเป็นการหลุดพ้นออกจากโลกที่ยังมีอากาศหายใจ
ซึ่งน่าประหลาดว่าไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่เขาก็ไม่ตายซักที
นอกจากนั้นแล้วเขาเป็นคนมีระเบียบแบบแผนและโหดร้ายสิ้นดี อย่างการสร้างกับดักขึ้นมาจับเป็นเพื่อจะได้มาทรมานรีดข้อมูล และยังทำร้ายอาคุตาคาวะบ่อยครั้งสำหรับการไม่ทำตามคำสั่งและเพื่อผลักดันให้อาคุตาคาวะไปถึงขีดสุดจะได้ใช้พลังได้มากขึ้น
ดาไซเป็นคนมั่นในใจตัวเองและเป็นนักวางแผนที่มีฝีมืออย่างน่ากลัว เขาวางแผนการล่วงหน้าเพื่อที่จะได้เอาชนะศัตรู
โอดะยังเคยกล่าวไว้ว่ามีคำพูดในพอร์ตมาเฟียบอกว่า “โชคร้ายที่สุดสำหรับศัตรูของดาไซคือมีดาไซเป็นศัตรู”

ถึงแม้ในปัจจุบันเขาจะดูอ่อนโยนและตลกกว่า แต่ก็ยังคงปรากฏด้านมืดให้เห็นอยู่บ้าง เขายังคงวางแผนล่วงหน้าโดยที่ไม่ได้บอกเพื่อนรวมทีมจนกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสม นอกจากนั้นยังไม่ถือสาที่จะใช้วิธีสกปรกเพื่อที่จะได้เข้าใกล้เป้าหมายอีกด้วย อย่างเช่น การพังถุงลมนิรภัยในรถของอังโกะอย่างจงใจ เพื่อที่อังโกะจะได้บาดเจ็บหนักตอนที่รถชน ทำให้อังโกะให้ความร่วมมือในการขอโทษเคียวกะแลกกับการที่ถูกช่วยไว้
เมื่อเคียวกะแสดงท่าทีรู้สึกผิดที่เคยฆ่าไป 35 คน ดาไซก็ตอบกลับด้วยสีหน้าเป็นลางร้ายว่านั่นไม่ได้มีความหมายอะไรหรอก
แต่อย่างไรก็ดี ดาไซเองก็มีความห่วงใยเพื่อนร่วมทีมและปกป้องพวกเขา โดยเฉพาะอัตสึชิที่ดูจะมีศักยภาพมากที่สุด


ความสามารถ

人間失格, Ningen Shikkaku, สูญสิ้นความเป็นคน เป็นความสามารถที่ลบล้างพลังของคนอื่นผ่านการสัมผัส ผ่านผิวหนังและไม่มีข้อยกเว้น ยกตัวอย่างเช่น เขาสามารถลบล้างพลังที่เข้ามาสัมผัสโดนตัวเขาทั้งๆที่ยังคงโดนล่ามโซ่อยู่ได้


พื้นเพ

ดาไซ และชูยะ
โมริ โอไกเจอ ดาไซ โอซามุตอนที่เขายังอายุเพียง 14 ปี เท่านั้น โดยเป็นคนไข้จากการพยายามฆ่าตัวตาย และในคืนเดียวกันนั้นเอง โมริสังหารบอสคนก่อนของ พอร์ต มาเฟีย ที่ตอนนั้นก็ดูไร้ชีวิตอยู่แล้ว โดยมีเพียงดาไซหนุ่มยืนมองเป็นพยานเพียงคนเดียว แล้วจากนั้นเขาจึงบอกเรื่องราวสำหรับปกปิดเรื่องนี้ให้ดาไซ ว่าบอสคนเก่านั้นตายไปเพราะป่วยหนัก โดยความหวังสุดท้ายคือให้โมริการุณยฆาต

ดาไซค่อยๆใกล้ชิดกับโมริที่พาเขาไปรักษาคนไข้ด้วยมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ดาไซตอนนั้นจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต มาเฟีย โมริก็ตั้งใจจะเลี้ยงเขาเป็นมือขวาของตนเองอยู่แล้ว โดยในช่วงนั้นดาไซยังคงพยายามฆ่าตัวตายอยู่เรื่อยๆ จนทำให้โมริรู้สึกผิดหวังในตัวเขาอยู่บ้าง
จากเดิมที่โมริเชื่อว่าพวกเขา “ลงเรือลำเดียวกัน” โมริก็ได้เรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าเด็กคนนั้นดำมืดและฉลาดกว่าที่เขาคาดไว้มาก

เขาและชูยะเป็นคู่หูกันในตอนที่ยังอยู่พอร์ต มาเฟีย และทำลายล้างองค์กรค์ของศัตรูได้ภายในคืนเดียว จนได้รับขนานนามว่าเป็น “ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของโลกอาชญากรใต้ดิน” และได้รับฉายา คู่หูทมิฬ (双黒, Sōkoku).

ดาไซและยุคมืด
ในเหตุการณ์ Dark Era ดาไซเป็นหนึ่งในห้าของผู้บริหารพอร์ต มาเฟีย โดยเป็นคนอายุน้อยที่สุดที่เคยมีมา (คิดว่าน่าจะเป็นผู้บริหารตั้งแต่ก่อนอายุ 16) และเขายังเป็นตำนานที่มีชีวิตของพอร์ตมาเฟียเช่นกัน มีคำพูดให้ได้ยินไปทั่วมาเฟียว่า “โชคร้ายที่สุดของศัตรูของดาไซคือมีดาไซเป็นศัตรู” โดยในปีที่เขาเป็นผู้บริหารนั้น คนกว่าครึ่งของพอร์ตมาเฟียนั้นทำงานให้เขาเพียงคนเดียว โมริ โอไก ยังเคยกล่าวไว้ว่า “ลองดูซักอีกสี่หรือห้าปีสิ ฉันจะไม่แปลกใจเลยถ้าดาไซจะฆ่าฉันละชิงตำแหน่งขึ้นมาแทน”
นอกจากนี้เขามีความสามารถในการรีดข้อมูลด้วย อย่างที่อ้างกับโควโยวไว้ว่า “ยังไม่เคยมีใครเก็บข้อมูลได้จากการสอบสวนของฉันซักคนเลยนะ”
และเขาเป็นคนฝึกให้อาคุตาคะวะใช้พลังอีกด้วย และเป็นคนเสนอความคิดที่ให้อาคุตาคาวะใช้พลังตัดผ่านอากาศเป็นเกราะป้องกันตัวเอง

จุดพลิกผันที่ทำให้ดาไซออกจากพอร์ต มาเฟีย คือเพื่อนเก่าของเขา โอดะ ซาคุโนะสุเกะ ซึ่งเป็นมาเฟียตำแหน่งล่างๆ ที่ถูกฆ่าในความขัดเเย้งระหว่างพอร์ต มาเฟีย และมิมิค ซึ่งถูกควบคุมโดยโมริ โอไก ที่หวังจะได้ใบอนุญาติสำหรับประกอบการของผู้มีพลังพิเศษ สำหรับดำเนินการพอร์ต มาเฟีย ในฐานะองค์กร
จากที่โอไกตั้งใจจะปั่นหัว โอดะ ซาคุโนะสุเกะไปสู่การพลีชีพในการต่อสู้กับหัวหน้าของศัตรู ดาไซรับฟังคำสุดท้ายของโอดะอย่างจริงจัง “ฉันรู้ว่ามันไม่ต่างกันสำหรับนาย แต่ได้โปรดเป็นคนดีเถอะ ช่วยเหลือคนอ่อนเเอ ปกป้องเด็กกำพร้า ฉันรู้ว่านายไม่สนใจเรื่องความดีหรือเลว แต่การพยายามที่จะเป็นคนดีน่ะเป็นเรื่องดีนะ” ดาไซจึงตัดสินใจออกจากพอร์ตมาเฟีย ตอนนั้นเขาอายุ 18 ปี

เหตุการ์ณในตอนนั้นถูกกล่าวถึงโดยอาคุตาคาวะว่าตอนนั้นดาไซทิ้งภารกิจและหายไปจากพอร์ตมาเฟีย หลังจากนั้นดาไซสืบหา ทานิดะ ซันโทกะ ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้บังคับบัญชากระทรวงผู้มีพลังวิเศษของญี่ปุ่นและร้องของานที่เขาจะสามารถช่วยผู้คนได้ ทานิดะตอนแรกคิดว่าดาไซจะต้องการตำแหน่งในกระทรวงจึงลังเล แต่ดาไซก็บอกว่าเขาไม่เหมาะกับที่ที่มีกฏมากมายเท่าไหร่นัก ทานิดะจึงเสนอสำนักงานนักสืบให้กับดาไซ โดยมีข้อแม้ว่าคงต้องการเวลาอย่างน้อยสักสองปีในการล้างประวัติดาไซ ภายหลังเพื่อนของเขา ซาคากุจิ อังโกะ มีส่วนช่วยเหลือเขาในเรื่องนี้
โดนไม่มีปรากฏว่าภายในสองปีนั้นเขาทำอะไร แต่ดาไซ(ที่ยังคงไม่รู้ว่าพูดจริงหรือโกหก) เคยบอกว่า ก่อนที่เขาจะเข้าทำงานกับสำนักงานนักสืบนั้น เขาไม่มีงานเป็นหลักเป็นแหล่ง ไม่มีแรงจูงใจ และมักจะเมาอยู่ที่บาร์ประจำ

ดาไซกับการสอบเข้า
ตอนที่อายุ 20 เขาเข้าร่วมกับสำนักงานนักสืบภายใต้การแนะนำของหัวหน้าทะนิดะของกระทรวงผู้มีพลังพิเศษ และในฐานะสมาชิกใหม่ ฟุคุซาวะ ยูคิจิไว้วางใจให้ คุนิคิดะ ดอปโป เป็นคนจัดการเรื่องการสอบเข้าของเขา หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้รับมอบหมายงานในคดีคนหายต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวในโยโกฮามะ ซึ่งคุนิคิดะตัดสินใจให้เป็นข้อสอบเข้าของดาไซ


พล็อต

ดาไซปรากฏตัวครั้งแรกโดยการลอยมาตามน้ำ พยายามที่จะฆ่าตัวตายจนกระทั่งเขาถูกเจอโดยนาคาจิม่า อัตสึชิที่กำลังหิวโหยโดยบังเอิญ หลังจากนั้น เขาและเพื่อนร่วมงานของเขา
คุนิคิดะ เลี้ยงข้าวอัตสึชิที่รับฟังว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงลอยมาตามน้ำแถมยังหิวโหยอีกด้วย แล้วเขาจึงแนะนำตัวเองและคุนิคิดะว่าเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานนักสืบ และพวกเขาต้องการที่จะไล่ล่าเจ้าเสือที่ดูเหมือนจะตามอัตสึชิ แถมยังก่อเหตุร้ายในทุกที่ที่ไป

ตอนกลางคืนระหว่างที่ดาไซและอัตสึชิกำลังรอเสือให้ปรากฏตัวอยู่นั้น เขาตระหนักดีว่าหลักฐานทั้งหมดนั้นชี้ไปยังอัตสึชิ ซึ่งคงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยนอกเสียจากว่าตัวจริงของเสือนั้นจะเป็นอัตสึชิเอง และเมื่ออัตสึชิสูญเสียการควบคุมจนกลายร่างเป็นเสือเต็มตัว เขาก็ปราบลงได้ง่ายๆโดยใช้พลัง สูญสิ้นความเป็นคน ของตัวเขา และทำให้อัตสึชิหมดสติลง ดาไซจึงพาอัตสึชิกลับไปยังหอพักของสำนักงานนักสืบ และวันต่อมาก็โทรของความช่วยเหลือเนื่องจากติดอยู่ในถังน้ำมันพยายามจะฆ่าตัวตาย แล้วเขาก็ถือโอกาสได้ให้ที่อยู่ของสำนักงานนักสืบกับอัตสึชิไปด้วยเลย


บทพูด

  • (กับโอดะซาคุ) “หลายอย่างบนโลกนี้น่ะ ทำให้สำเร็จมันยากกว่าทำให้ล้มเหลวใช่ไหมล่ะ? (…) เพราะงั้นหมายความว่าฉันไม่ควรจะตั้งการฆ่าตัวตายเป็นเป้าหมาย แต่เป็น การพยายามฆ่าตัวตายต่างหากล่ะ! มันอาจยากกว่าที่จะฆ่าตัวตายให้สำเร็จ แต่ถ้าพยายามฆ่าตัวตายให้ไม่สำเร็จก็คงง่ายกว่าใช่ไหมล่ะ!”
  • (เมื่อโอดะถามว่าเขาได้แผลเพิ่มมาได้ยังไง) “ระหว่างที่กำลังอ่านหนังสือชื่อ ‘วิธีการป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ‘ แล้วฉันก็ดันเดินเผลอตกคูน้ำน่ะ (…) ฉันตกหน้าผาตอนที่กำลังขับรถขึ้นเขาน่ะ (…) ฉันกำลังลองวิธีฆ่าตัวตายแบบใหม่ โดยการเอาหัวโขกกับมุมเต้าหู้น่ะ”
  • “ยิ่งขัดแย้งกันเพราะฉันงั้นเหรอ.. ดีจัง”
  • “นายมันโง่ โอดะซาคุ นายมันโง่มาก! (…) ไปร่วมกับคนพวกนี้เพื่อพลีชีพเนี่ยนะ นายมันโง่!
  • (หลังจากที่กินเห็นที่ทำให้เกิดภาพหลอนเข้าไป) “โฮ่โฮ่โฮ่โฮ่โฮ่, อย่างที่คิดเลย ‘คู่มือการฆ่าตัวตายอย่างสมบูรณ์’เป็นผลงานชั้นยอด! แค่กินเห็ดที่โตในหุบเขาข้างหลังนี่ฉันก็สามารถที่จะเดินบนเส้นทางแห่งความสุขและความยินดีสู่การฆ่าตัวตายได้แล้ว! (…) นี่ๆคุนิคิดะคุง มาสู่ยมโลกด้วยกันซี่~! ดูสิ! มีเหล้าให้ดื่มฟรีเท่าที่อยาก อาหารก็มีไม่อั้น จะส่งสาวสวยยังไงก็ได้ตามที่ต้องการเลยนาา! (…) โห! ดูสิคุนิคิดะคุง มีดอกไม้ทะเลอันใหญ่อยู่นอกหน้าต่างล่ะ! กล้วย! มันกำลังกินกล้วยล่ะ! มันกำลังเอาที่เป่าของเล่นสีขาวรอบๆเราไป! (…) ฉันรู้แล้ว! ฉันจะแก้ผ้า! ยอดคนดูต้องพุ่งแน่ๆถ้าฉันแก้ผ้า! มันทำใจยากหน่อยแต่มาแก้ผ้ากันเถอะ แล้วค่อยเปลี่ยนไปใส่ชุดรัดรูปกัน! ทุกคนใส่ชุดรัดรูป ไปธนาคาร แล้วก็เต้นโคแซค! (…) เสียงนั้น.. อื้อ เขา–เขาอยู่ในหัวฉัน!..คุณปู่ตัวจิ๋ว! และเขากำลังกระซิบให้ฉันไปเกียวโต มันมีเต้าหูของเเท้ที่รสชาติประหลาดๆที่ฉันห้ามพลาด—-“
  • “… หรือว่าจะกลัวงั้นเหรอ โมริซัง? ว่าวันหนึ่งฉันจะเฉือนคอคุณแล้วก็ยึดตำแหน่งบอสขึ้นมาแทน แบบเดียวกันกับที่คุณเคยทำบอสคนเก่าแบบนั้นน่ะ”
  • “ผู้คนกลัวความตาย แต่ทว่า ในเวลาเดียวกัน ผู้คนเองก็ถูกดึงดูดด้วยความตายเช่นเดียวกัน ความตายนั้นถูกกล่าวถึงอย่างไม่สิ้นสุดในวรรณกรรม มันเป็นเป็นเหตุการณ์เดียวในชีวิตที่ไม่สามารถจะย้อนกลับได้ ฉันถึงต้องการมันยังไงล่ะ
  • “อะไรก็ตามที่ฉันไม่อยากสูญเสียฉันจะสูญเสียมัน อย่างกับว่าอะไรก็ตามที่มีค่าพอให้ไขว่คว้าจะหายไปในทันทีที่ได้ครอบครอง มันไม่มีอะไรมีค่ามากพอที่จะต่อชีวิตอันทุกข์ทรมาณนี้เพื่อไล่ตามหรอก

เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย

  • อดีตของดาไซและฟีโอดอร์เหมือนว่าจะอิงมาจาก อาชญกรรมและการลงทัณฑ์ ของโอบะ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจาก สูญสิ้นความเป็นคน
  • เขาและตัวละครบางส่วนปรากฎตัวในเกม  Love Heaven ในฐานะตัวละครลิมิต
  • เขาและตัวละครบางส่วนปรากฏตัวในเกม Kimito Lead Puzzle 18 ในฐานะตัวละครลิมิต
  • เขาและตัวละครบางส่วนปรากฏตัวในเกม  Yumeiro Cast ในฐานะตัวละครลิมิต
  • การพยายามที่จะฆ่าตัวตายของเขากับผู้หญิงสวยน่าจะมีส่วนมาจากในชีวิตจริงที่เขาพยายามจะฆ่าตัวตายร่วมกับ ทานาเบะ ชิเมโกะ และ โอยามะ ฮึสึโยะ ก่อนที่เขาจะฆ่าตัวตายกับคนรักของเขา ยามาซากิ โทมิเอะ ได้สำเร็จ
    • เป็นไปได้ว่าการพยายามฆ่าตัวตายอาจอ้างอิงมาจาก สูญสิ้นความเป็นคน ที่
      ยาโซะ โอบะ พยายามจะฆ่าตัวตายหลายครั้งในเรื่อง สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตที่อลหม่านของดาไซ โอซามุ
  • เขาเคยเป็นผู้บริหารที่อายุน้อยที่สุดของพอร์ตมาเฟีย
  • ในชีวิตจริง เขามักจะรวมกลุ่มกับ ซาคาคุจิ อังโกะ และ โอดะ ซาคุโนะสุเกะ ในฐานะกลุ่ม บุไรฮะ หรือโรงเรียนความเสื่อมโทรม
    • ซึ่งในซีรี่ย์จะมีพากพึงถึง เห็นได้จากการที่ทั้งสามมักจะไปเจอกันที่บาร์ อย่างใน  Dazai and the Dark Era และภาพบนปฎิทิน
  • ดาไซมักจะพูดด้วยคำที่เป็นกลางไม่บอกเพศอย่าง watashi มากกว่าที่จะใช้คำผู้ชายอย่าง boku หรือ ore ซึ่งดูเหมือนจะมาจากรูปแบบนิยายที่ ดาไซ โอซามุ ตัวจริงถนัด ซึ่งเขามักจะใช้ watashi บ่อยกว่าคำอื่นๆ
  • ดาไซขับรถห่วยมาก อย่างที่เห็นในนิยาย “Dazai Osamu’s Entrance Exam”.
  • สเปคของเขาคือผู้หญิงคนไหนก็ได้ที่จะฆ่าตัวตายร่วมกับเขา

ผู้แปล : ยาวมากค่ะ… เหนื่อย… ยังเหลือพวก พล็อต บทพูด กับพวกเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยที่ขอเลื่อนไว้ก่อนเพราะมีแผนจะวิเคราะห์นิสัยดาไซ และแปลวิกิคนอื่นอยู่อีกค่ะ

อัพเดท ในที่สุดก็แปลเสร็จล่ะ!!!