แปะลิงค์ต้นทางค่ะ : https://bungostraydogs.fandom.com/wiki/Osamu_Dazai
ฆ่าตัวตายอย่างสะอาด สดใส และพลานามัยดี
– ดาไซ โอซามุ
ดาไซ โอซามุ เป็นสมาชิกของสำนักงานนักสืบ และเคยเป็นผู้บริหารขององค์กรใต้ดินที่ดำมืดที่สุดของเมืองอย่างพอร์ต มาเฟีย มาก่อน

ดาไซ โอซามุ
AKA : คู่ทมิฬ (ร่วมกับนากาฮาระ ชูยะ)
: ปีศาจอัศจรรย์ของหน่วยกอริลล่า
: ผู้บริหารที่อายุน้อยที่สุดของพอร์ต มาเฟีย
: เมคเคอเรล (บนโทรศัพท์ของชูยะ)
: เครื่องสิ้นเปลืองผ้าพันแผล
ของชอบ : การฆ่าตัวตาย, ปู, สาเก, อายิโนะโมโตะ, ผงชูรส
ขอบที่ไม่ชอบ : หมา, นากาฮาระ ชูยะ
ลักษณะภายนอก
ดาไซเป็นผู้ชายหน้าตาดี เขามีเรือนผมสีน้ำตาลเข้มหยักศกกับดวงตาหรี่แคบสีเดียวกัน
ผมหน้าม้าล้อมกรอบหน้าเขา และมีบางส่วนที่รวมกันอยู่กลางหน้าผาก
ร่างของเขาค่อนไปทางผอมและสูง
เขาแต่งตัวด้วยเสื้อโค้ทยาวสีทรายไม่ผูกสายคาดเอว ส่วนด้านใต้นั้นใส่เสื้อกั๊กสีดำกับเชิ้ตสีขาวลายทางสีฟ้าจางๆ และใส่ bolo tie ทับริบบิ้นสีน้ำตาล กลัดด้วยจี้เทอร์ควอยซ์
นอกจากนี้เขายังใส่กางเกงสีน้ำตาลอ่อนกับรองเท้าสีน้ำตาลเข้ม และมีผ้าพันแผลทั่วตัว
ยกเว้นก็ส่วนหน้า มือและเท้า ที่ไม่ถูกปกปิด
โดยเหตุผลสำหรับผ้าพันแผลพวกนั้นยังคงเป็นปริศนา
ตอนที่เขายังคงอยู่ในพอร์ต มาเฟีย ดาไซใส่เสื้อโค้ทสีดำยาวเลยเข่า และพันผ้าปิดตาขวาของเขาไว้ด้วย ส่วนแขนขวานั้นถูกใส่สลิงพยุงแขนไว้ เดาว่าเป็นผลมาจากงานอดิเรกฆ่าตัวตายของเขา แต่ไม่ว่ายังไง ดูเหมือนเขายังคงสามารถใช้แขนขวาของเขาได้ ซึ่งเป็นแขนข้างเดียวกับที่เล็งปืนใส่อาคุตาคาวะไปสามนัด
ลักษณะนิสัย
ดาไซเป็นผู้ชายลึกลับ จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขามักยากที่จะหยั่งถึงยกเว้นแต่ว่าเขาจะเปิดเผยมันด้วยตัวเอง ซึ่งคนที่รู้จักดาไซมากที่สุด และตัวดาไซเองก็รับรู้คือเพื่อนของเขา
โอดะ ซาคุโนะสุเกะ ซึ่งเคยพูดกับเขาไว้
“หาไม่เจอหรอก (…) นายควรจะรู้ด้วยตัวเองนะ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายที่ฆ่าคนหรือฝ่ายที่ช่วยคน มันจะไม่มีอะไรที่จะเติมเต็มจิตใจนายได้ จะไม่มีที่ไหนคลายความโดดเดี่ยวนายได้ นายจะวนเวียนอยู่ในความมืดนี้ตลอดไป”
ดาไซมักจะถูกเรียกว่าขี้เกียจโดยคุนิคิดะ ที่มักจะด่าเขาที่ไม่ทำงานให้เสร็จและทำตัวเฉื่อยชา แต่นอกจากนั้นเเล้ว ดาไซเองก็แสดงให้เห็นถึงสติปัญญาอันเฉียบคมของเขา สันนิษฐานคลี่คลายเหตุการณ์ประหลาดที่อัตสึชิคิดว่าตนเองโดนเสือล่าทั้งๆที่ตนเองเป็นเสือที่ว่า
เขามั่นใจในตัวเองเสมอไม่ว่าจะต้องรับมือกับสถานการณ์แบบไหน ไม่ว่าจะต้องต่อสู้หรือตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายที่ตนเองทำขึ้นมาเอง
ส่วนใหญ่เเล้วดาไซเป็นพวกดราม่าเกินเหตุ เขามองการกระทำส่วนใหญ่ของตนเองเป็นเรื่องตลก แม้ว่าจริงๆแล้วจะเป็นแผนที่ถูกวางมาอย่างดีก็ตาม
ทว่าเขาก็ไม่ได้เอาผลงานจากสิ่งที่เขาทำเลย
นอกเหนือจากเรื่องหัวไวแล้ว ดาไซเองก็เป็นตัวตลกในเรื่อง และปรากฏด้านอ่อนโยนให้เห็นบ้างเป็นครั้งคราว
ดาไซบ้าคลั่งการฆ่าตัวตาย เขาพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งด้วยท่าทางติดตลกแต่ก็ไม่เป็นผลในหลายๆครั้งนั้น โดยเขาเคยเฉพาะเจาะจงว่าอยากฆ่าตัวตายคู่กับสาวสวย (บิดเบือนมาจากที่ในชีวิตจริงนั้นเขาพยายามฆ่าตัวตายกับผู้หญิงหลายคนมาแล้วหลายครั้ง)
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะดูผิวเผินเหมือนการพยายามฆ่าตัวตายของเขาจะเป็นเรื่องตลก มันกลับแสดงให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ที่ดาไซเชื่อว่าไม่สามารถเติมเต็มได้
เขาเคยเชื่อว่าเขาจะเติมเต็มช่วงว่างนี้ได้ และหาเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ได้ถ้าหากว่าเขาอยู่ท่ามกลางกองเลือดและสงคราม
แต่โอดะเพื่อนของเขาได้โน้มน้าวของเขาในลมหายใจสุดท้ายของชีวิตให้เดินทางที่ดี โดยเชื่อว่าถ้าหากว่าความดีและความเลวไม่มีความหมายอะไรมากนักสำหรับดาไซแล้วล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นดาไซอาจเป็นคนที่ดีขึ้นมาสักนิดก็ได้หากไปเดินทางที่ดี
ในอดีตที่เขาเองก็พยายามจะฆ่าตัวตายเหมือนกันไม่ได้ปรากฏเป็นลักษณะติดตลกเหมือนปัจจุบัน เขาแม้กระทั่งนิยามความตายว่าเป็นการหลุดพ้นออกจากโลกที่ยังมีอากาศหายใจ
ซึ่งน่าประหลาดว่าไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่เขาก็ไม่ตายซักที
นอกจากนั้นแล้วเขาเป็นคนมีระเบียบแบบแผนและโหดร้ายสิ้นดี อย่างการสร้างกับดักขึ้นมาจับเป็นเพื่อจะได้มาทรมานรีดข้อมูล และยังทำร้ายอาคุตาคาวะบ่อยครั้งสำหรับการไม่ทำตามคำสั่งและเพื่อผลักดันให้อาคุตาคาวะไปถึงขีดสุดจะได้ใช้พลังได้มากขึ้น
ดาไซเป็นคนมั่นในใจตัวเองและเป็นนักวางแผนที่มีฝีมืออย่างน่ากลัว เขาวางแผนการล่วงหน้าเพื่อที่จะได้เอาชนะศัตรู
โอดะยังเคยกล่าวไว้ว่ามีคำพูดในพอร์ตมาเฟียบอกว่า “โชคร้ายที่สุดสำหรับศัตรูของดาไซคือมีดาไซเป็นศัตรู”
ถึงแม้ในปัจจุบันเขาจะดูอ่อนโยนและตลกกว่า แต่ก็ยังคงปรากฏด้านมืดให้เห็นอยู่บ้าง เขายังคงวางแผนล่วงหน้าโดยที่ไม่ได้บอกเพื่อนรวมทีมจนกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสม นอกจากนั้นยังไม่ถือสาที่จะใช้วิธีสกปรกเพื่อที่จะได้เข้าใกล้เป้าหมายอีกด้วย อย่างเช่น การพังถุงลมนิรภัยในรถของอังโกะอย่างจงใจ เพื่อที่อังโกะจะได้บาดเจ็บหนักตอนที่รถชน ทำให้อังโกะให้ความร่วมมือในการขอโทษเคียวกะแลกกับการที่ถูกช่วยไว้
เมื่อเคียวกะแสดงท่าทีรู้สึกผิดที่เคยฆ่าไป 35 คน ดาไซก็ตอบกลับด้วยสีหน้าเป็นลางร้ายว่านั่นไม่ได้มีความหมายอะไรหรอก
แต่อย่างไรก็ดี ดาไซเองก็มีความห่วงใยเพื่อนร่วมทีมและปกป้องพวกเขา โดยเฉพาะอัตสึชิที่ดูจะมีศักยภาพมากที่สุด
ความสามารถ
人間失格, Ningen Shikkaku, สูญสิ้นความเป็นคน เป็นความสามารถที่ลบล้างพลังของคนอื่นผ่านการสัมผัส ผ่านผิวหนังและไม่มีข้อยกเว้น ยกตัวอย่างเช่น เขาสามารถลบล้างพลังที่เข้ามาสัมผัสโดนตัวเขาทั้งๆที่ยังคงโดนล่ามโซ่อยู่ได้
พื้นเพ
ดาไซ และชูยะ
โมริ โอไกเจอ ดาไซ โอซามุตอนที่เขายังอายุเพียง 14 ปี เท่านั้น โดยเป็นคนไข้จากการพยายามฆ่าตัวตาย และในคืนเดียวกันนั้นเอง โมริสังหารบอสคนก่อนของ พอร์ต มาเฟีย ที่ตอนนั้นก็ดูไร้ชีวิตอยู่แล้ว โดยมีเพียงดาไซหนุ่มยืนมองเป็นพยานเพียงคนเดียว แล้วจากนั้นเขาจึงบอกเรื่องราวสำหรับปกปิดเรื่องนี้ให้ดาไซ ว่าบอสคนเก่านั้นตายไปเพราะป่วยหนัก โดยความหวังสุดท้ายคือให้โมริการุณยฆาต
ดาไซค่อยๆใกล้ชิดกับโมริที่พาเขาไปรักษาคนไข้ด้วยมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ดาไซตอนนั้นจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต มาเฟีย โมริก็ตั้งใจจะเลี้ยงเขาเป็นมือขวาของตนเองอยู่แล้ว โดยในช่วงนั้นดาไซยังคงพยายามฆ่าตัวตายอยู่เรื่อยๆ จนทำให้โมริรู้สึกผิดหวังในตัวเขาอยู่บ้าง
จากเดิมที่โมริเชื่อว่าพวกเขา “ลงเรือลำเดียวกัน” โมริก็ได้เรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าเด็กคนนั้นดำมืดและฉลาดกว่าที่เขาคาดไว้มาก
เขาและชูยะเป็นคู่หูกันในตอนที่ยังอยู่พอร์ต มาเฟีย และทำลายล้างองค์กรค์ของศัตรูได้ภายในคืนเดียว จนได้รับขนานนามว่าเป็น “ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของโลกอาชญากรใต้ดิน” และได้รับฉายา คู่หูทมิฬ (双黒, Sōkoku).
ดาไซและยุคมืด
ในเหตุการณ์ Dark Era ดาไซเป็นหนึ่งในห้าของผู้บริหารพอร์ต มาเฟีย โดยเป็นคนอายุน้อยที่สุดที่เคยมีมา (คิดว่าน่าจะเป็นผู้บริหารตั้งแต่ก่อนอายุ 16) และเขายังเป็นตำนานที่มีชีวิตของพอร์ตมาเฟียเช่นกัน มีคำพูดให้ได้ยินไปทั่วมาเฟียว่า “โชคร้ายที่สุดของศัตรูของดาไซคือมีดาไซเป็นศัตรู” โดยในปีที่เขาเป็นผู้บริหารนั้น คนกว่าครึ่งของพอร์ตมาเฟียนั้นทำงานให้เขาเพียงคนเดียว โมริ โอไก ยังเคยกล่าวไว้ว่า “ลองดูซักอีกสี่หรือห้าปีสิ ฉันจะไม่แปลกใจเลยถ้าดาไซจะฆ่าฉันละชิงตำแหน่งขึ้นมาแทน”
นอกจากนี้เขามีความสามารถในการรีดข้อมูลด้วย อย่างที่อ้างกับโควโยวไว้ว่า “ยังไม่เคยมีใครเก็บข้อมูลได้จากการสอบสวนของฉันซักคนเลยนะ”
และเขาเป็นคนฝึกให้อาคุตาคะวะใช้พลังอีกด้วย และเป็นคนเสนอความคิดที่ให้อาคุตาคาวะใช้พลังตัดผ่านอากาศเป็นเกราะป้องกันตัวเอง
จุดพลิกผันที่ทำให้ดาไซออกจากพอร์ต มาเฟีย คือเพื่อนเก่าของเขา โอดะ ซาคุโนะสุเกะ ซึ่งเป็นมาเฟียตำแหน่งล่างๆ ที่ถูกฆ่าในความขัดเเย้งระหว่างพอร์ต มาเฟีย และมิมิค ซึ่งถูกควบคุมโดยโมริ โอไก ที่หวังจะได้ใบอนุญาติสำหรับประกอบการของผู้มีพลังพิเศษ สำหรับดำเนินการพอร์ต มาเฟีย ในฐานะองค์กร
จากที่โอไกตั้งใจจะปั่นหัว โอดะ ซาคุโนะสุเกะไปสู่การพลีชีพในการต่อสู้กับหัวหน้าของศัตรู ดาไซรับฟังคำสุดท้ายของโอดะอย่างจริงจัง “ฉันรู้ว่ามันไม่ต่างกันสำหรับนาย แต่ได้โปรดเป็นคนดีเถอะ ช่วยเหลือคนอ่อนเเอ ปกป้องเด็กกำพร้า ฉันรู้ว่านายไม่สนใจเรื่องความดีหรือเลว แต่การพยายามที่จะเป็นคนดีน่ะเป็นเรื่องดีนะ” ดาไซจึงตัดสินใจออกจากพอร์ตมาเฟีย ตอนนั้นเขาอายุ 18 ปี
เหตุการ์ณในตอนนั้นถูกกล่าวถึงโดยอาคุตาคาวะว่าตอนนั้นดาไซทิ้งภารกิจและหายไปจากพอร์ตมาเฟีย หลังจากนั้นดาไซสืบหา ทานิดะ ซันโทกะ ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้บังคับบัญชากระทรวงผู้มีพลังวิเศษของญี่ปุ่นและร้องของานที่เขาจะสามารถช่วยผู้คนได้ ทานิดะตอนแรกคิดว่าดาไซจะต้องการตำแหน่งในกระทรวงจึงลังเล แต่ดาไซก็บอกว่าเขาไม่เหมาะกับที่ที่มีกฏมากมายเท่าไหร่นัก ทานิดะจึงเสนอสำนักงานนักสืบให้กับดาไซ โดยมีข้อแม้ว่าคงต้องการเวลาอย่างน้อยสักสองปีในการล้างประวัติดาไซ ภายหลังเพื่อนของเขา ซาคากุจิ อังโกะ มีส่วนช่วยเหลือเขาในเรื่องนี้
โดนไม่มีปรากฏว่าภายในสองปีนั้นเขาทำอะไร แต่ดาไซ(ที่ยังคงไม่รู้ว่าพูดจริงหรือโกหก) เคยบอกว่า ก่อนที่เขาจะเข้าทำงานกับสำนักงานนักสืบนั้น เขาไม่มีงานเป็นหลักเป็นแหล่ง ไม่มีแรงจูงใจ และมักจะเมาอยู่ที่บาร์ประจำ
ดาไซกับการสอบเข้า
ตอนที่อายุ 20 เขาเข้าร่วมกับสำนักงานนักสืบภายใต้การแนะนำของหัวหน้าทะนิดะของกระทรวงผู้มีพลังพิเศษ และในฐานะสมาชิกใหม่ ฟุคุซาวะ ยูคิจิไว้วางใจให้ คุนิคิดะ ดอปโป เป็นคนจัดการเรื่องการสอบเข้าของเขา หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้รับมอบหมายงานในคดีคนหายต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวในโยโกฮามะ ซึ่งคุนิคิดะตัดสินใจให้เป็นข้อสอบเข้าของดาไซ
พล็อต
ดาไซปรากฏตัวครั้งแรกโดยการลอยมาตามน้ำ พยายามที่จะฆ่าตัวตายจนกระทั่งเขาถูกเจอโดยนาคาจิม่า อัตสึชิที่กำลังหิวโหยโดยบังเอิญ หลังจากนั้น เขาและเพื่อนร่วมงานของเขา
คุนิคิดะ เลี้ยงข้าวอัตสึชิที่รับฟังว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงลอยมาตามน้ำแถมยังหิวโหยอีกด้วย แล้วเขาจึงแนะนำตัวเองและคุนิคิดะว่าเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานนักสืบ และพวกเขาต้องการที่จะไล่ล่าเจ้าเสือที่ดูเหมือนจะตามอัตสึชิ แถมยังก่อเหตุร้ายในทุกที่ที่ไป
ตอนกลางคืนระหว่างที่ดาไซและอัตสึชิกำลังรอเสือให้ปรากฏตัวอยู่นั้น เขาตระหนักดีว่าหลักฐานทั้งหมดนั้นชี้ไปยังอัตสึชิ ซึ่งคงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยนอกเสียจากว่าตัวจริงของเสือนั้นจะเป็นอัตสึชิเอง และเมื่ออัตสึชิสูญเสียการควบคุมจนกลายร่างเป็นเสือเต็มตัว เขาก็ปราบลงได้ง่ายๆโดยใช้พลัง สูญสิ้นความเป็นคน ของตัวเขา และทำให้อัตสึชิหมดสติลง ดาไซจึงพาอัตสึชิกลับไปยังหอพักของสำนักงานนักสืบ และวันต่อมาก็โทรของความช่วยเหลือเนื่องจากติดอยู่ในถังน้ำมันพยายามจะฆ่าตัวตาย แล้วเขาก็ถือโอกาสได้ให้ที่อยู่ของสำนักงานนักสืบกับอัตสึชิไปด้วยเลย
บทพูด
- (กับโอดะซาคุ) “หลายอย่างบนโลกนี้น่ะ ทำให้สำเร็จมันยากกว่าทำให้ล้มเหลวใช่ไหมล่ะ? (…) เพราะงั้นหมายความว่าฉันไม่ควรจะตั้งการฆ่าตัวตายเป็นเป้าหมาย แต่เป็น การพยายามฆ่าตัวตายต่างหากล่ะ! มันอาจยากกว่าที่จะฆ่าตัวตายให้สำเร็จ แต่ถ้าพยายามฆ่าตัวตายให้ไม่สำเร็จก็คงง่ายกว่าใช่ไหมล่ะ!”
- (เมื่อโอดะถามว่าเขาได้แผลเพิ่มมาได้ยังไง) “ระหว่างที่กำลังอ่านหนังสือชื่อ ‘วิธีการป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ‘ แล้วฉันก็ดันเดินเผลอตกคูน้ำน่ะ (…) ฉันตกหน้าผาตอนที่กำลังขับรถขึ้นเขาน่ะ (…) ฉันกำลังลองวิธีฆ่าตัวตายแบบใหม่ โดยการเอาหัวโขกกับมุมเต้าหู้น่ะ”
- “ยิ่งขัดแย้งกันเพราะฉันงั้นเหรอ.. ดีจัง”
- “นายมันโง่ โอดะซาคุ นายมันโง่มาก! (…) ไปร่วมกับคนพวกนี้เพื่อพลีชีพเนี่ยนะ นายมันโง่!
- (หลังจากที่กินเห็นที่ทำให้เกิดภาพหลอนเข้าไป) “โฮ่โฮ่โฮ่โฮ่โฮ่, อย่างที่คิดเลย ‘คู่มือการฆ่าตัวตายอย่างสมบูรณ์’เป็นผลงานชั้นยอด! แค่กินเห็ดที่โตในหุบเขาข้างหลังนี่ฉันก็สามารถที่จะเดินบนเส้นทางแห่งความสุขและความยินดีสู่การฆ่าตัวตายได้แล้ว! (…) นี่ๆคุนิคิดะคุง มาสู่ยมโลกด้วยกันซี่~! ดูสิ! มีเหล้าให้ดื่มฟรีเท่าที่อยาก อาหารก็มีไม่อั้น จะส่งสาวสวยยังไงก็ได้ตามที่ต้องการเลยนาา! (…) โห! ดูสิคุนิคิดะคุง มีดอกไม้ทะเลอันใหญ่อยู่นอกหน้าต่างล่ะ! กล้วย! มันกำลังกินกล้วยล่ะ! มันกำลังเอาที่เป่าของเล่นสีขาวรอบๆเราไป! (…) ฉันรู้แล้ว! ฉันจะแก้ผ้า! ยอดคนดูต้องพุ่งแน่ๆถ้าฉันแก้ผ้า! มันทำใจยากหน่อยแต่มาแก้ผ้ากันเถอะ แล้วค่อยเปลี่ยนไปใส่ชุดรัดรูปกัน! ทุกคนใส่ชุดรัดรูป ไปธนาคาร แล้วก็เต้นโคแซค! (…) เสียงนั้น.. อื้อ เขา–เขาอยู่ในหัวฉัน!..คุณปู่ตัวจิ๋ว! และเขากำลังกระซิบให้ฉันไปเกียวโต มันมีเต้าหูของเเท้ที่รสชาติประหลาดๆที่ฉันห้ามพลาด—-“
- “… หรือว่าจะกลัวงั้นเหรอ โมริซัง? ว่าวันหนึ่งฉันจะเฉือนคอคุณแล้วก็ยึดตำแหน่งบอสขึ้นมาแทน แบบเดียวกันกับที่คุณเคยทำบอสคนเก่าแบบนั้นน่ะ”
- “ผู้คนกลัวความตาย แต่ทว่า ในเวลาเดียวกัน ผู้คนเองก็ถูกดึงดูดด้วยความตายเช่นเดียวกัน ความตายนั้นถูกกล่าวถึงอย่างไม่สิ้นสุดในวรรณกรรม มันเป็นเป็นเหตุการณ์เดียวในชีวิตที่ไม่สามารถจะย้อนกลับได้ ฉันถึงต้องการมันยังไงล่ะ“
- “อะไรก็ตามที่ฉันไม่อยากสูญเสียฉันจะสูญเสียมัน อย่างกับว่าอะไรก็ตามที่มีค่าพอให้ไขว่คว้าจะหายไปในทันทีที่ได้ครอบครอง มันไม่มีอะไรมีค่ามากพอที่จะต่อชีวิตอันทุกข์ทรมาณนี้เพื่อไล่ตามหรอก
เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย
- อดีตของดาไซและฟีโอดอร์เหมือนว่าจะอิงมาจาก อาชญกรรมและการลงทัณฑ์ ของโอบะ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจาก สูญสิ้นความเป็นคน
- เขาและตัวละครบางส่วนปรากฎตัวในเกม Love Heaven ในฐานะตัวละครลิมิต
- เขาและตัวละครบางส่วนปรากฏตัวในเกม Kimito Lead Puzzle 18 ในฐานะตัวละครลิมิต
- เขาและตัวละครบางส่วนปรากฏตัวในเกม Yumeiro Cast ในฐานะตัวละครลิมิต
- การพยายามที่จะฆ่าตัวตายของเขากับผู้หญิงสวยน่าจะมีส่วนมาจากในชีวิตจริงที่เขาพยายามจะฆ่าตัวตายร่วมกับ ทานาเบะ ชิเมโกะ และ โอยามะ ฮึสึโยะ ก่อนที่เขาจะฆ่าตัวตายกับคนรักของเขา ยามาซากิ โทมิเอะ ได้สำเร็จ
- เป็นไปได้ว่าการพยายามฆ่าตัวตายอาจอ้างอิงมาจาก สูญสิ้นความเป็นคน ที่
ยาโซะ โอบะ พยายามจะฆ่าตัวตายหลายครั้งในเรื่อง สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตที่อลหม่านของดาไซ โอซามุ
- เป็นไปได้ว่าการพยายามฆ่าตัวตายอาจอ้างอิงมาจาก สูญสิ้นความเป็นคน ที่
- เขาเคยเป็นผู้บริหารที่อายุน้อยที่สุดของพอร์ตมาเฟีย
- ในชีวิตจริง เขามักจะรวมกลุ่มกับ ซาคาคุจิ อังโกะ และ โอดะ ซาคุโนะสุเกะ ในฐานะกลุ่ม บุไรฮะ หรือโรงเรียนความเสื่อมโทรม
- ซึ่งในซีรี่ย์จะมีพากพึงถึง เห็นได้จากการที่ทั้งสามมักจะไปเจอกันที่บาร์ อย่างใน Dazai and the Dark Era และภาพบนปฎิทิน
- ดาไซมักจะพูดด้วยคำที่เป็นกลางไม่บอกเพศอย่าง watashi มากกว่าที่จะใช้คำผู้ชายอย่าง boku หรือ ore ซึ่งดูเหมือนจะมาจากรูปแบบนิยายที่ ดาไซ โอซามุ ตัวจริงถนัด ซึ่งเขามักจะใช้ watashi บ่อยกว่าคำอื่นๆ
- ดาไซขับรถห่วยมาก อย่างที่เห็นในนิยาย “Dazai Osamu’s Entrance Exam”.
- สเปคของเขาคือผู้หญิงคนไหนก็ได้ที่จะฆ่าตัวตายร่วมกับเขา
ผู้แปล : ยาวมากค่ะ… เหนื่อย… ยังเหลือพวก พล็อต บทพูด กับพวกเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยที่ขอเลื่อนไว้ก่อนเพราะมีแผนจะวิเคราะห์นิสัยดาไซ และแปลวิกิคนอื่นอยู่อีกค่ะ
อัพเดท ในที่สุดก็แปลเสร็จล่ะ!!!
